ความประทับใจกับงานลากน้ำหนักที่เชียงใหม่
เดือนที่ผ่านมามีการจัดการแข่งขันสุนัขลากน้ำหนัก โดยกลุ่มพิตบูลล้านนา จังหวัดเชียงใหม่และสมาชิกในพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกับทีมงานของ บริษัทอิมแพ็คเอกซิบิชั่น ผู้จัดงานไทยแลนด์ด๊อกโชว์และงานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงระดับประเทศมานานมากกว่าสิบปี โดยงานนี้จัดขึ้นที่ห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ตและเป็นการจัดกันในฮอลล์ขนาดใหญ่ ที่สร้างเสร็จใหม่ๆติดแอร์คอนดิชั่นเย็นฉ่ำจึงไม่ต้องกลัวร้อน และกิจกรรมนี้ก็ไม่ทำให้ผู้ชื่นชอบสุนัขต้องผิดหวัง เพราะจำนวนผู้ชมที่เกาะติดขอบสนามโดยไม่หนีไปไหนตั้งแต่เริ่มแข่งจนกระทั่งจบเกมส์การแข่งขัน แม้ว่างานนี้มันจะเป็นการจัดกันเป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้ก็ตาม และผลพวงจากงานนี้ยังได้ช่วยปลุกกระแสให้กิจกรรมแข่งลากน้ำหนักของสุนัขกลุ่มผู้เลี้ยง สุนัขพันธ์อเมริกันพิตบูล ได้เกิดการตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เงียบเหงาไประยะหนึ่ง และเป็นการแข่งแบบยกทีมมาเจอกันระหว่าง ทีมลากน้ำหนักจากกรุงเทพฯ ในฐานะผู้มาเยือนกับทีมลากน้ำหนักจากเชียงใหม่ในฐานะเจ้าภาพ โดยนำทีมโดยกับตันจอห์น นักลากรุ่นใหญ่ยุคบุกเบิก เจ้าของสุนัขคู่ในนาม อดัม ตำนานลากที่เคยโด่งดังเมื่อหลายปีก่อน และจากที่ได้ข่าวมาล่าสุดตอนนี้มีทีมลากน้ำหนักทีมใหม่ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเริ่มรวมตัวกันขึ้นมาแล้วอีกหลายทีม เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะไปร่วมแข่งกันอีกครั้งในงานไทยแลนด์ด๊อกโชว์ ที่เมืองทองธานี ในช่วงประมาณกลางๆเดือนมิถุนายน งานนี้น่าจะเป็นงานใหญ่อีกครั้งแห่งปี และผมก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้ กิจกรรมนี้จะได้รับความนิยมกระจายไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศนะครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจนอกจากความสนุกสนานในเกมส์การแข่งขันแล้วก็คือ การร่วมมือร่วมใจกันของทีมงานทางฝ่ายเจ้าภาพ มีการแบ่งงานกันทำอย่างเต็มที่ มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันอย่างได้มาตรฐาน นอกเหนือไปจากการให้การต้อนรับ พวกเราผู้เดินทางมาเยือน ขนาดจบงานแล้วเห็นได้ชัดว่าทุกคนเหนื่อยล้าจากการเก็บกวาดขนย้ายแต่ใบหน้าก็ยังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ในงานเลี้ยงสังสรรค์หลังจบงานก็ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ผมอยากให้บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นในทุกท้องที่ทั่วประเทศจริงๆครับ และท้ายที่สุดก็เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราตกลงกันว่าจะพยายามจัดงานในรูปแบบนี้เป็นประจำกันทุกปีต่อไป และเนื่องด้วยการแพ้ชนะมันเกิดขึ้นได้ตลอดในการแข่งขัน ผมจึงจะไม่เน้นที่ผลการแข่งขันว่าทีมไหนได้รับถ้วยรวมมากที่สุด แต่ผมอยากจะพูดถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และมันเป็นของพวกเราทุกคน ในการจุดประกายให้คนนำสุนัขที่ตนลี้ยงมาเข้าร่วมทำกิจกรรมพร้อมทั้งยังช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจในกีฬาประเภทนี้ให้แพร่หลาย ตลอดจนช่วยสานสร้างมิตรภาพในหมู่คนเลี้ยงสุนัขด้วยกันให้มีความเป็นปรึกแผ่นมากยิ่งๆขึ้นอีกด้วย
พูดถึงกิจกรรมลากน้ำหนักแล้วก็ขอให้เครดิสกับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนสุนัขทุกคน ที่ได้ช่วยกันสานต่อทำให้กิจกรรมนี้มีเล่นกันในหลายๆท้องที่ ทั้งในกรุงเทพฯและในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคอีสาน ที่อาทิตย์ถัดมาก็มีการจัดงานกันที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นการแข่งแบบประเพณีระหว่าง ทีมจากจังหวัดขอนแก่นกับทีมจากจังหัดมหาสารคาม โดยงานครั้งนี้จังหวัดมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ จบงานก็ได้มิตรภาพพ่วงท้ายสนุกสนานเฮฮากันอย่างเต็มที่ ผมก็ขอร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในการจัดงานด้วยครับ สุนัขพิตบูล เป็นสุนัขสายพันธ์ใต้ดินที่ไม่ได้มีองค์กรใดให้การรองรับ ได้รับความนิยมกันเฉพาะในหมู่คนที่เข้าใจถึงลักษณะสายพันธ์ที่แตกต่าง ทั้งในเรื่องอุปนิสัยรักในการต่อสู้ กล้าหาญ แข็งแรง บ้าพลังมากกว่าสุนัขตามปกติ หากพวกเราไม่รวมตัวกันให้เหนียวแน่นและช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่คนภายนอก วันหนึ่งข้างหน้าเราอาจจะต้องมาเสียดาย หากปล่อยให้คนเลี้ยงกันอย่างขาดความรู้ความเข้าใจในความพิเศษของสายพันธ์และก่อปัญหาให้แก่สังคม จนภาครัฐต้องมีมาตรการออกมาควบคุมในที่สุด ก็ฝากไว้เป็นการบ้านให้พวกเราได้โปรดพิจารณาครับ
ผมอยากจะยกตัวอย่างเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่รวมตัวกันเป็นทีม ยังเติร์ก กรุงเทพฯ และชักชวนกันใช้เวลาว่างหลังงานประจำ นำสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้มาฝึกฝนและส่งเข้าร่วมการแข่งขันลากน้ำหนักในงานที่จังหวัดเชียงใหม่ จากสุนัขโนเนม สายเลือดธรรมดา แต่ผลจากการทุ่มเทและใส่ใจ สุนัขหลายตัวสามารถชนะการแข่งขันได้อย่างสวยงามและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมรอบๆสนาม ผมเองได้สัมผัสกับกลุ่มนักกิจกรรมกลุ่มนี้มาตั้งแต่ต้น ก็อยากจะนำมาเขียนถึงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มอื่นๆ นำพวกเขามาเป็นแบบอย่าง ผมมั่นใจว่าคุณค่าของสุนัขพันธ์อเมริกันพิตบูล มันมีอยุ่ในตัวของมันเองทุกตัว และเจ้าของจะต้องเป็นผู้ค้นหาให้พบและนำมันออกมาแสดงให้คนภายนอกได้เห็น เราไม่จำเป็นต้องไปเสาะหาหมาดีๆจากที่ไหน เพราะมันอาจจะมีอยู่แล้ข้างๆตัวท่านก็ได้ ผมจึงอยากให้ท่านลองหาเวลาว่างนำเขามาฝึกฝนดู ผมมั่นใจว่าท่านจะต้องรักและหลงใหลในสุนัขสายพันธ์มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
จากการคลุกคลีกับวงการพิตบูลมาสิบกว่าปี เขียนบทความเกี่ยวกับพิตบูลไปก็มากมาย สิ่งที่ผมพยายามสื่อมาโดยตลอดก็คือ การเลี้ยงด้วยความรัก รับผิดชอบ และไม่สร้างปัญหาแก่สังคม วันนี้ปัญหาสุนัขจรจัดก็ยังเป็นปัญหาระดับต้นๆในประเทศเรา สืบเนื่องมาจากการเลี้ยงสุนัขอย่างขาดวินัยของคนไทย ผมอยากจะให้แง่คิดเอาไว้สักนิดว่า สุนัขไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ มันมีวงจรชีวิตที่ยาวอย่างน้อยก็เป็นสิบปี ก่อนที่จะนำเขาเข้ามาในชีวิตเรา หรือก่อนที่จะลงมือบรีดสุนัขขึ้นมาสักคอก อยากให้คิดกันให้ดีๆ การนำหมาเข้ามาบ้านเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตเขาไปจนหมดอายุขัยมันไม่ใช่งานง่ายเลย หากท่านยังไม่แน่ใจก็อย่าเพิ่งด่วนนำเขามาเลี้ยงเลยครับ ผมเจอคนประกาศยกหมาให้ หรือทิ้งหมากันอยู่บ่อยๆในเว็บเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่นันมันคือปลายเหตุ เพราะสาเหตุที่แท้จริงคือความไม่พร้อมและขาดการวางแผนที่ดีมาตั้งแต่ต้น ผมไม่ได้ต้องการซ้ำเติมใคร แค่อยากจะพูดตามหลักความจริง สุนัขพันธ์ทั่วไปก็ถือว่าเป็นภาระพอสมควรแล้ว แต่สำหรับสุนัขพันธ์อเมริกันพิตบูล มันอาจจะหนักหนาสาหัสกว่านั้นอีกหลายเท่า เนื่องจากอุปนิสัยประจำสายพันธ์ของมันที่แตกต่าง ก็ขอฝากไว้ให้คิดกันเยอะๆ ก่อนที่จะนำมันมาเลี้ยงนะครับ
เรื่องราวเกี่ยวกับหมาๆ ในเรื่องลักษณะประจำสายพันธ์มันก็มีแง่มุมในการเขียนไม่มากนัก และก็ได้เขียนถึงอยู่บ่อยๆอยู่แล้ว ผมจึงจะไม่เน้นมากนัก แต่จะขอเขียนบทความในเชิงให้แง่คิดและส่งเสริมวิธีการเลี้ยงดูเสียมากกว่า เพื่อจะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขาดความเข้าใจในการเลี้ยงดู การฝึก จะได้ทำให้การเลี้ยงสุนัขของท่านเป็นกิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุขกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะการนำสุนัขมาทำกิจกรรมในเชิงสันทนาการในยามว่างระหว่างสมาชิกทุกคนในครอบครัว และผมเองก็ไม่ใช่คอกสุนัข ไม่ใช่ผู้ผสมพันธ์สุนัข ดังนั้นบทความนี้อาจจะไม่ได้พูดถึงพ่อพันธ์แม่พันธ์ตัวดังๆทั้งในและต่างประเทศแต่อย่างใด ก็ขอให้อ่านเล่นๆเพื่อความบันเทิงในอารมณ์ก็แล้วกันนะครับ ฉบับนี้ก็คงต้องลากันไปที่ตรงนี้ พบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ
