มารู้จักโรค “ตาแห้ง” กันเถอะ

โรค “ตาแห้ง”  เป็นโรคของดวงตาอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อย และเป็นปัญหากวนใจเจ้าของสุนัขอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อเกิดอาการตาแห้งขึ้น ก็จะทำให้สุนัขเกิดอาการระคายเคืองที่ดวงตาและตามมาด้วยปัญหาอื่น ๆ  ตามมาไม่รู้จบสิ้น  เช่น  ปัญหาตาแดง  น้ำตาไหล  ตาเป็นแผลเรื้อรั้ง ฯลฯ และสุดท้ายก็อาจจะรุนแรงจนกระทั่งต้องสูยเสียการมองเห็นไปในที่สุด  แต่อย่างไรก็ดี โรคนี้เป็นโรคที่มีทางรักษา ซึ่งแม้ว่าในบางราย การรักษาอาจจะไม่ช่วยให้หายขาด แต่ก็ช่วยบรรเทาอาการได้ และหากให้การรักษาอย่างเหมาะสมต่อเนื่อง  ก็จะช่วยให้สุนัขไม่สูญเสียการมองเห็นไปก่อนเวลาอันควร    เกริ่นนำกันมาพอสมควรแล้ว  ต่อจากนี้  เรามาทำความรู้จักโรคนี้โดยละเอียดกันดีกว่า  
          โรคตาแห้งคืออะไร ?  โรคตาแห้ง เป็นภาวะโรคที่เกิดขึ้นจากปัญหาความผิดปกติของต่อมน้ำตาในการสร้างน้ำตา  เป็นผลให้สุนัขไม่สามารถสร้างและหลั่งน้ำตาออกมาได้อย่างเพียงพอ  ปกติแล้วน้ำตาจะทำหน้าที่เคลือบอยู่บนกระจกตา  เพื่อทำให้กระจกตามีความชุ่มชื้น  นอกจากนี้แล้ว  น้ำตาก็ยังทำหน้าที่เป็นตัวพาเอาสารอาหาร  ฮอร์โมน  และสิ่งสำคัญอื่น ๆ มายังกระจกตาอีกด้วย  (ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะว่ากระจกตาเป็นอวัยวะที่ไม่มีเส้นเลือดท่เลี้ยง  การนำพาสารสำคัญๆ เหล่านี้จึงต้องพึ่งพาน้ำตาซึ่งหลั่งมาจากต่อมน้ำตาให้เป็นตัวกลางพามาให้นั่นเอง)  ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่ต่อมน้ำตาไม่สามารถสร้างน้ำตาออกมาได้เป็นปกติแล้ว  ก็จะมีผลทำให้เกิดความผิดปกติต่อทั้งกระจกตาและอวัยวะรอบ ๆ  ตามมา  ซึ่งความผิดปกติหลัก ๆ  ที่มักพบก็ได้แก่  การเกิดภาวะกระจกตาแห้ง  ระคายเคือง  และมีการอักเสบตามมานั่นเอง  
          โรคตาแห้งเกิดจาก ?  จากข้อมูลการศึกษาในปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่ายังเป็นที่สงสัยกันอยู่  ว่าอะไรกันแน่หนอที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงของภาวะตาแห้งในสุนัข  แต่จากข้อมูลที่มีอยู่  เชื่อกันว่าภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ โดยพบว่าเซลล์และสารภูมิคุ้มกันของร่างกาย  ซึ่งปกติจะต้องทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคนั้น เกิดมีความผิดปกติในการทำงานขึ้น  จึงทำให้เปลี่ยนเป้าหมายมาทำลายต่อมน้ำตาของตัวเองแทน  ทำให้เกิดการอักเสบและเสียหายของต่อมน้ำตาจนทำให้ต่อนน้ำตาไม่สามารถสร้างน้ำตาออกมาได้  เป็นผลให้เกิดโรคตาแห้งตามมาในที่สุด 
          อาการของสุนัขที่มี “ตาแห้ง”  เป็นอย่างไร  ?  อาการของสุนัขที่เป็นตาแห้งนั้น  มีความหลากหลายกันไปตามความรุนแรงของโรค  แต่สิ่งที่มักสังเกตพบได้บ่อยในระยะแรกของการเป็นโรค  ก็คือ  การมีขี้ตาเป็นเมือกเขียวอย่างเรื้อรังร่วมกับมีการขุ่นฝ้าขึ้นของกระจกตา  และผิวกระจกตาเริ่มดูไม่ชุ่มชื่นแวววาว  ต่อมาเมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้น ๆ  ก็มักจะพบรอยโรคอื่น ๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ ในบางรายก็จะพบมีเม็ดสีมาสะสมอยู่บนกระจกตา ทำให้กระจกตาเปลี่ยนจากแก้วใส ๆ กลายเป็นสีดำ  ซึ่งถ้ายิ่งเป็นมากก็จะยิ่งรบกวนการมองเห๋นมากขึ้นเรื่อย ๆ  นอกจากนี้สิ่งที่สร้างความไม่สบายกายให้กัยสุนัขเป็นอย่างมากก็คือ  การระคายเคืองในลูกตา  เพราะลูกตาที่ขาดน้ำตามาหล่อเลี้ยงก็จะขาดความชุ่มชื่น  ทำให้มีการระคายเคืองและอาจเจ็บปวดมากขึ้นหากมีแผลหลุมเกิดขึ้นที่กระจกตาร่วมด้วย  ซึ่งอาการของสุนัขที่มีอาการระคายเคืองที่ลูกตา  ก็จะแสดงอาการหยีตา  ตาแดง  และมีคราบขี้ตาเกรอะกรังอยู่รอบ ๆ ตา บางรายระคายเคืองมากหน่อยก็จะคอยยกขาหน้าขึ้นขยี้ตาอยู่ร่ำไป
          การวินิจฉัยภาวะ  “ตาแห้ง”  ทำได้อย่างไร  ?  การวินิจฉัยภาวะตาแห้ง  โดยปกติจะทำได้โดยการวัดปริมาณน้ำตาที่สร้างได้  โดยใช้กระดาษสำหรับวัดน้ำตา  ซึ่งหากพบมีปริมาณน้ำตาต่ำกว่าระดับปกติ  ร่วมกับมีอาการที่เกี่ยวข้องก็สามารถวินิจฉัยได้ว่าสุนัขเกิดภาวะตาแห้งขึ้นแล้ว
         แล้วการรักษาล่ะ  ทำได้อย่างไร ?  การรักษาภาวะตาแห้งในเบื้องต้นนั้น  สามารถทำได้โดยการให้ยากระตุ้นน้ำตา  ร่วมกับการให้น้ำตาเทียมเพื่อชดเชยน้ำตาที่ขาดหายไป  อย่างไรก็ดี  ความถี่บ่อยในการหยอดตา  รวมทั้งชนิดของยาหยอดตาที่ใช้  ก็จะขึ้นกับความรุนแรงของภาวะโรคที่เกิดขึ้น   ซึ่งคุณหมอผู้ตรวจก็จะเป็นผู้พิจารณาเป็นราย ๆ  ไป  และเมื่อหยอดตาไปแล้ว  คุณหมอผู้ตรวจก็จะต้องคอยประเมินด้วยว่าการตอบสนองต่อยาเป็นอย่างไร  ซึ่งจากที่หมอเคยพบมานั้น บางรายก็กลับมามีการสร้างน้ำตาได้ดีขึ้นและสามารถลดการหยอดตาลงได้  แต่บางรายก็ต้องหยอดยาหยอดตากันไปตลอดชีวิตก็มีค่ะ  ส่วนการรักษาในทางศัลยกรรมนั้น  ก็อาจทำได้  แต่สงวนไว้สำหรับกรณีที่จำเป็นและแก้ปัญหาด้วยการใช้ยาหยอดตาไม่ได้จริง ๆ ซึ่งหมอจะขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดเอาไว้  ณ  ที่นี้ค่ะ

27. August 2013 by Sasi
Categories: สาระน่ารู้ | 1 comment