ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

Mark Mafia

หมาของเราถูกหมาและสัตว์มีพิษกัด
  • posted on 03 Mar 2010 13:22 by eeddy in eeddyLife ในกรณีที่หมากัดกันมักจะพบบาดแผลบริเวณคอ ใบหน้า หู และหน้าอก

    รูเขี้ยวที่ทะลุผิวหนังดูจากภายนอกเหมือนไม่รุนแรง แต่ความจริงแล้วเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อบริเวณใต้ผิวหนังตรงนั้นอาจบอบช้ำมาก
    ส่วนแผลที่เกิดจากแมลงและสัตว์มีพิษกัดต่อย อาจหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ มักจะต้องรักษาตามอาการ และควรปรึกษาสัตวแพทย์ บาดแผลจากการถูกหมาอื่นกัด

    1. การแยกหมาที่กำลังกัดกัน ไม่ควรใช้มือเปล่าเพราะคนแยกอาจถูกกัดได้ ควรใช้วิธีฉีดน้ำจากสายยางหรือสาดน้ำจากถัง จากนั้นปล่อยให้หมาสงบอารมณ์สักพักก่อน
    แล้วจึงตรวจดูบาดแผล ตัดขนรอบปาก
    2. เอาเศษขนออกให้หมด แล้วล้างแผลด้วยน้ำอุ่นและยาฆ่าเชื้อ จากนั้นทาวาสลีนรอบปากแผล เพื่อป้องกันไม่ให้ขนหลุดร่วงเข้าไปในบาดแผลซึ่งจะทำให้ระคายเคือง
    3. ถ้าแผลไม่กว้างและตื้น ให้ใส่ยาปฏิชีวนะชนิดใส่แผล แผลอาจจะระบมหลายวันเนื่องจากความ บอบช้ำใต้บริเวณที่ถูกกัด แต่ถ้าแผลกว้างและลึก ควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อเย็บแผล
    แมลงมีพิษมักต่อยบริเวณใบหน้าและปาก
    ตัวต่อ : ตัวต่อต่อยอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและบวม หมาบางตัวอาจแพ้และแสดงอาการรุนแรง ซึ่งต้องรีบนำตัวส่งสัตวแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อพบอาการบวมบริเวณปากและลำคอ

    ผึ้ง : เมื่อผึ้งต่อยควรจะต้องหาเหล็กในและเอาออก โดยใช้แว่นขยายและปากคีบ การประคบน้ำแข็งอาจช่วยลดอาการบวมลงได้

    งูกัด: ถ้าทราบตำแหน่งที่ถูกงูกัด ให้ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่ถูกกัด เพื่อลดการไหลเวียนของเลือด ถ้าถูกกัดที่บริเวณขา ห้ามขันชะเนาะ ควรประคบด้วยน้ำแข็งและพันรอบบริเวณนั้นให้แน่น แล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์ทันทีเพื่อฉีดเซรุ่มแก้พิษงูให้

    เหตุการณ์ฉุกเฉิน : ถ้าหมามีอาการตัวสั่น ตื่นเต้น อาเจียน ม่านตาขยาย หรือล้มฟุบลง อาจบ่งบอกว่าถูกงูมีพิษกัด ให้ตรวจหาบริเวณที่มีอาการบวม ถ้าเป็นงูพิษจะพบรอยเขี้ยว 2 รอย ให้รีบนำส่งสัตวแพทย์โดยเร็ว ห้ามกรีดบาดแผลให้กว้าง หรือดูดเอาพิษงูออก เพราะจะทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณบาดแผลมากขึ้น ซึ่งเป็นการกระจายพิษไปทั่วร่างกายเร็วขึ้น

    พิษจากคางคกและตัวบุ้ง
    คางคกพิษและตัวบุ้ง : คางคกบางชนิดจะหลั่งสารพิษออกมาที่ผิวหนัง และถ้าหมาไปคาบมาเพื่อเล่นก็จะได้รับสารพิษ เช่นเดียวกับตัวบุ้งชนิดที่มีขนยาว มีสารที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง

    การรักษา : การล้างปากหมาด้วยน้ำจะช่วยลดอาการคันและบวมแดงได้ดี กระบอกฉีดน้ำเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฉีดน้ำเพื่อล้างปากที่ดีมาก ทั้งนี้ต้องระวังไม่ให้หมากินน้ำที่ล้างปากนี้เข้าไป
    ถ้าหมามีอาการแย่ลง จะต้องรีบนำส่งสัตวแพทย์เพื่อให้ยาแก้แพ้และลดการบวมแดง
  • ตู้ยาน้องหมาสมัยนี้เกือบทุกบ้านมักจะมีสัตว์เลี้ยงอยู่ที่บ้าน
    โดยเฉพาะน้องหมา บางบ้านมีเพียง 1-2 ตัว บางบ้านมีเป็นสิบ

    การมีตู้ยาประจำบ้านเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องนึกถึง
    ถ้าหากเจ้าตัวน้อยของเราเกิดป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุตอนดึก ๆ

    เราคงต้องขับรถตระเวนหาโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมง

    ที่มีอยู่ไม่ถึง 10 แห่ง กว่าจะปลุกหมอมาตรวจพอดีเช้าเสียก่อน

    ถ้าอย่างนั้นเรามาลองตระเตรียมตู้ยาประจำบ้าน สำหรับน้องหมากันบ้าง

    ซึ่งรายการของที่ต้องเตรียมก็สามารถหาได้ไม่ยาก ดังต่อไปนี้...

    1. เกลือป่น (เกลือแกง)

    ใช้ป้อนที่โคนลิ้น เพื่อกระตุ้นให้อาเจียร ใช้ในกรณีที่หมา ได้รับสารพิษ หรือกินสัตว์พิษ

    2. เกลือแร่ผงชนิดละลายน้ำ (ORS)

    ใช้ปฐมพยาบาลในกรณีท้องเสียหรือถ่ายท้อง

    3. ปรอทวัดไข้ ชนิดสวนทวาร

    วัด อุณหภูมิของสัตว์ทางทวาร สุนัขมีอุณหภูมิปกติ 102 F

    หากสุนัขช็อคหรืออุณหภูมิตก ต้องใช้กระเป๋าน้ำร้อนเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

    หรือ มีไข้ อาจต้องให้ยาลดไข้

    4. น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution)

    เป็นน้ำที่มีความเข้มข้นเท่าน้ำในร่างกาย ราคาประมาณ 20-40 บาท

    ใช้ล้างแผลให้สะอาดโดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างถูกทำลาย

    5. แอลกอฮอล์

    ใช้ฆ่าเชื้อโรค ต่อจากน้ำเกลือล้างแผล

    6. ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือ เบตาดีน

    ใช้ฆ่าเชื้อโรค และยังกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ

    7. สำลี และผ้ากอซ

    ใช้ซับและปิดแผล

    8. น้ำยาเช็ดหู

    ใช้ทำความสะอาดใบหู และช่องหู

    9. ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล , ไอโปรบูเฟน , บูเฟน

    ต้อง ระมัดระวังเพราะ แมว แพ้ พาราเซตามอลอย่างรุนแรง

    ส่วน ไอโปรบูเฟน หรือ บูเฟน ค่อนข้างปลอดภัยมากกว่า

    ขนาดที่ใช้คือ 200 mg หรือ จะใช้แบบน้ำเชื่อมก็ได้

    10. ยาปฏิชีวนะ (วงกว้าง)

    แอมพิซิลิน 250 mg ค่อนข้างออกฤทธิ์ได้ดีในโรคทางเดินหายใจ

    ออกซีเตตร้าซัยคลิน 250 mg ใช้ดีกับบาดแผลทั่วไป

    ส่วนยาปฏิชีวนะอื่น ๆ ควรปรึกษาสัตวแพทย์

    11. น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

    ใช้ผสมน้ำฆ่าเชื้อโรคตามพื้น หรือสิ่งรองนอน

    หรือล้างมือหากมีโรคระบาด เช่นลำไส้อักเสบติดต่อ ,ไข้หัดสุนัข

    รายการข้างบนเจ้าของน้องหมาลองพิจารณา

    และลองจัดหามาติดบ้านไว้บ้างเพื่อช่วยปฐมพยาบาลสุนัขในยามฉุกเฉิน
  • น้ำส้มสายชูสารพัดประโยชน์
    น้ำส้มสายชูเป็นตัวช่วยที่ดีในการเช็ดถูพื้น ช่วยกำจัดกลิ่นฉี่หมา หรือแมวได้เป็นอย่างดีค่ะ หมาที่บ้านจะยกขาฉี่ปิ๊ด ๆ ตามมุมห้องเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
    ถ้าใช้น้ำยาถูพื้นกลิ่นหอมๆ เช็ดฉี่ ยิ่งถูยิ่งเหม็นนะคะ เพราะว่าน้ำยาถูพื้นจะมีแอมโมเนียผสมอยู่ แล้วฉี่หมาแมวก็จะมีสารคล้ายแเอมโมเนียเลยทำให้เหม็นไปใหญ่

    เค้าบอกว่าให้ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดฉี่ช่วยกำจัดกลิ่นได้ อี๊ดก็ลองทำดู ได้ผลดีจริงๆด้วยค่ะ บ้านไม่เหม็นเลย ลองเอาไปใช้ดูนะคะ สูตรตามนี้เลยค่ะ

    น้ำ+นำส้มสายชู

    น้ำ+น้ำส้มสายชู+เบกกิ้งโซดา

    น้ำ+น้ำส้มสายชู+น้ำยาล้างจาน

    น้ำ+น้ำส้มสายชู+น้ำยาบ้วนปาก (พวกลิสเตอร์รีน ฯลฯ)

    ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ยังมีอีกหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น..

    - ผสมน้ำส้มสายชู 1 ส่วนกับน้ำ 5 ส่วนลงไปในเครื่องซักผ้าแล้วกดปั่น ช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกและกลิ่นอับในเครื่องซักผ้าได้

    - ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดตู้เย็น ช่วยขจัดคราบสกปรก และช่วยกำจัดกลิ่นอับได้ดีเช่นกัน

    - หยดน้ำส้มสายชูลงบนผ้านุ่ม ๆ เช็ดแว่นตาขจัดคราบเหงื่อไคลได้ดี รอยขูดขีดก็จางลงด้วย

    - หม้อหรือกาต้มน้ำที่ใช้มานานจนเกิดคราบตะกรัน หินปูนจับหนา ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำอย่างละถ้วย ต้มน้ำให้เดือด แล้วทิ้งให้เย็น
    แช่ไว้1คืน คราบตะกรันหินปูนก็จะหลุดออกมาค่ะ

    - ใช้น้ำส้มสายชูแช่ผัก ผลไม้ ช่วยให้สดกรอบได้ เช่นถั่วงอก ชมพู่ หรือมะละกอที่จะใช้ทำส้มตำ ถ้าแช่น้ำส้มสายชูผสมน้ำก็จะกรอบน่ารับประทาน



    ไม่น่าเชื่อเลยว่าน้ำส้มสายชูขวดเดียวจะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ และถ้าจะให้ดีน้ำส้มสายชูที่ใช้ควรเป็นน้ำส้มสายชูแท้ด้วยนะคะ

    มีข้อควรระวังในการใช้น้ำส้มสายชูอยู่บ้างเหมือนกัน คือต้องระวังไม่ให้โดนหินอ่อน อลูมิเนียม และเหล็กที่ไม่มีสีเคลือบเพราะมันจะกัดทำให้เกิดสนิมได้ค่ะ
  • :013::063:ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ:063:
  • ขอบใจกับความรู้อื่น แต่แยกหมาด้วยวิธีคุณมันใช้ไม่ได้กับพิทบูลหลอกคับ ผิดถนัดเลย
    ฉีดน้ำเข้าจมูกก็ว่าไปอย่าง ส่วนใหญ่เค้าเอาไม้งัดแล้วคนห้ามก็ไม่โดนกัดด้วยเวลาเข้าไปห้าม
    พิทบูลมันไม่มั่ว แต่ก็ดีคับที่ออกมาให้ความรู้อื่นๆ
  • แบ่งปันสิ่งที่ได้รู้มา ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด (หรือจะเป็นเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนก็ไม่รู้)
    "ฮีทสโตรก"ภัยฤดูร้อน
    อากาศร้อนไม่ใช่จะมีผลต่อคนเท่านั้นนะคะ น้องหมาและสัตว์ต่างๆก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า
    ดูข่าวจะเห็นว่าตามสวนสัตว์จะมีไอติมผัก ผลไม้แช่แข็ง หรือก้อนน้ำแข็งใหญ่ๆให้สัตว์ได้เลียกินเพื่อดับร้อนกัน
    อาการที่พบได้บ่อยในหน้าร้อนก็คือ?ฮีทสโตรก? สุนัขเป็นสัตว์ที่มีต่อมเหงื่อระบายความร้อนที่อุ้งเท้า
    อากาศร้อนมากๆจะเลียอุ้งเท้าเพื่อให้เปียก
    น้ำระเหย จะทำให้ลดอุณหภูมิ บางตัวเลียจนอุ้งเท้าเปื่อย อักเสบและเกิดเปื่อยตามลำตัวด้วย
    ทุกปีที่สุนัขต้องไปทำวัคซีนนั้น ในช่วงที่อากาศร้อนมากๆ ถ้าเจ้าของสัตว์ลดอุณหภูมิไม่ทันจะเกิด

    ?ภาวะร้อนในอย่างรุนแรง? ปกติการทำวัคซีนก็ทำให้สัตว์มีอาการไข้เล็กน้อยอยู่แล้ว

    แพทย์จึงมักให้งดอาบน้ำ 7 วัน เพื่อป้องกันการป่วยไข้ แต่ถ้าอากาศร้อนต้องเช็ดน้ำเย็นและน้ำแข็ง

    หรือเอาน้ำแข็งถูตัวเพื่อลดอุณหภูมิ หรือดื่มน้ำเย็น นมสด รสหวานแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็ง

    ห้ามกินนมข้น น้ำหวานสี ห้ามกินนมช๊อกโกแล็ต เพราะสุนัขไม่มีเอมไซน์ย่อยช็อกโกแล็ต แล้วจะทำให้มีผลต่อตับ

    และอาจชักกระตุกสั่น ชักได้ หรือ หาแผ่นน้ำแข็งให้สัตว์นอนทับได้ จะเป็นการลดอุณหภูมิที่ดีที่สุด

    ?ภาวะร้อนภายใน? จะกดภูมิคุ้มกันทำให้สัตว์อ่อนแอ ทำให้มีปัญหาท้องเสีย ถ่ายเหลว เป็นมูกเลือดได้ง่าย

    การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี คือการกินอาหารที่ดี เช่นโปรตีน ไขมัน อย่างเนื้อ ไข่ ข้าวผัด

    อาหารเม็ดโปรตีนต่างๆ ของหวานเช่น ทองหยอด เค้ก เนย สิ่งที่ไม่ควรกินในหน้าร้อน

    เพราะจะทำให้สัตว์ท้องเสียและอ่อนแอและเป็นโรคผิวหนังคือ

    1. ปลาทู ปลากระป๋อง ปลาหมึก ปลาเส้นทาโร่

    2. อาหารทะเล

    3. ของที่เค็ม รสจัด เผ็ดจัด เช่น พริกไทย ซีอิ้ว

    ผงชูรส เครื่องเทศ กระทิ ตับไก่ ไก่ย่างร้านส้มตำ บางคนชอบพาสัตว์ขับรถตากแดดเที่ยว จะโดนไอความร้อน

    ทำให้สัตว์เสียน้ำและเกลือแร่มาก ไม่ควรพาสัตว์เดินทางบ่อยๆ ไม่ว่ารถแอร์ รถจักรยานยนต์

    เพราะสัตว์จะเครียดกับการเดินทาง สังเกตบริเวณเหงือกของสัตว์จะแดงกล่ำไม่ใช่ว่าเลือดลมดี

    แต่เกิดจากความร้อนในสะสม และจะเป็นอันตรายมากถ้าทิ้งน้องหมาไว้ในรถ

    เค้าอาจร้อนจัดจนช็อค และอาจตายได้

    เจ้าของบางคนให้สัตว์นอนห้องแอร์สัตว์ก็ชอบและจะนอนดี

    แต่เมื่อออกจากห้องแอร์ในห้องนอนหรือแอร์รถยนต์

    สัตว์จะปรับตัวและอุณหภูมิยากเนื่องจากไม่มีต่อมเหงื่อตามลำตัว

    และยังมีขนหนาจึงต้องรีบเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น

    อย่าปล่อยให้หมาลิ้นห้อย เพราะแสดงว่ากำลังร้อนมากๆ

    ต้องให้สุนัขเลียน้ำเย็น น้ำแข็ง เพื่อคลายความร้อน

    และต้องทำบ่อยๆ จนสุนัขสงบและไม่อ้าปากหอบ
  • บางคนเค้าใช้มือเปล่าบีบคอก็ได้แล้ว
  • ลืมแก้ไขข้อมูลบางช่วง เนื่องจากข้อมูลนี้ใช้กับสุนัขพันธ์อื่น แต่ถ้าเป็นพันธ์พิทบูลก็ขอให้ใช้วิธีการที่พี่ผีแนะนำ
    ข้อมูลนี้เอาไปผสมผสานกับ ประสบการณ์จริงของแต่ละท่านที่มีละกัน
    หากมีข้อมูลใด ไม่เหมาะสมก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วย
  • ดีดีไม่เป็นไร ขอบใจ
  • ขอบคุณมากครับ เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากมายครับ..เยี่ยมครับ.
    เอามาฝากกันอีกนะครับ.
  • ขอบพระคุณมากครับ สําหรับความรู้นะครับ อยากได้ ยาสามัญประจําหมาอีกอะครับ เอาที่เป็นพวกยาที่เป็นยาปฏิชีวนะ ครับ และขอวิธีใช้อย่างถูกวิธีด้วยนะครับ
  • ขอบคุณมา....กกกกกค๊า......บบบบบบ:063::063::063::063::063: