ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

Mark Mafia

กินเป็น ลืมป่วย
  • นาฬิกาชีวิต ( ความสัมพันธ์ของอวัยวะกับเวลา )

    ช่วงเวลา 03.00 น. - 05.00 น. ปอด
    05.00 น. - 07.00 น. ลำไส้ใหญ่
    07.00 น. -09.00 น. กระเพาะอาหาร
    09.00 น.- 11.00 น. ม้าม


    ช่วงเวลา 11.00 น. - 13.00 น. หัวใจ
    13.00 น .- 15.00 น. ลำไส้เล็ก
    15.00 น. - 17.00 น. กระเพาะปัสสาวะ
    17.00 น.- 19.00 น. ไต


    ช่วงเวลา 19.00 - 21.00 น. เยื่อหุ้มหัวใจ
    21.00 - 23.00 น. พลังงานรวม
    23.00 - 01.00 น. ถุงน้ำดี
    01.00 - 03.00 น. ตับ
    เป็นเวลาของ

    ไม่ขับถ่ายตอนเช้า จะเกิดอะไรขึ้น ?
    ในช่วงเวลา 05.00 - 07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ ถ้ายังไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระแล้วปล่อยเวลาเลยมาถึง 07.00 - 09.00 น.
    ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหารแล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ขับถ่ายออก จะถูกบีบตัวขึ้นมากจากลำไส้ใหญ่ ผ่านลำไส้เล็กมาที่
    กระเพาะอาหาร ก็จะถูกดูดซึมซ้ำอีกครั้ง ในอุจจาระเก่ามีแก๊สที่เสียแล้ว เกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายซึงมีความร้อน 37 องศาตลอดเวลา
    ไม่เหมือนกับตู้เย็นที่เก็บไ้ด้นายกว่า เพราะฉะนั้น แก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดที่ไม่สะอาดไหลไปเลี้ยง
    ทุกส่วนของร่างกาย ไหลผ่าน สมอง หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ผิวหนัง ก็จะได้รับพิษจากแก๊สพิษด้วย

    - ก่อนเที่ยงถึงบ่าย ง่วงนอน เพราะ เลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจก็อ่อนล้า ไม่สดชื่น
    - มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก ก็มาจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตัวเองไม่ค่อยได้กลิ่น
    แต่คนอื่นได้กลิ่น
    - ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00 - 07.00 น. นานๆ เข้าเป็นระยะเวลาหลายๆ ปี เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมอง
    และไม่กินอาหารมือเช้าช่วงเวลา 07.00 - 09.00 น. สมองก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เมืื่อแก่ตัวความจำจะเสื่อมเร็ว
    - ปวดเข่า เมื่ออายุมากขึ้น เป็นริดสีดวงทวาร

    วิธีแก้
    พยายามขับถ่ายระหว่างเวลา 05.00 - 07.00 น. ถ้าไม่ขับถ่ายให้กินขมิ้นชันเป็นประจำเพื่อบริหารลำไส้ใหญ่
    ควรกินข้าวเช้าทุกวัน ระหว่างเวลา 07.00 - 09.00 น.

    ความสำคัญของอาหารมื้อเช้า.................

    การไม่กินอาหารเช้า เป็นเหตุพื้นฐานที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่เรามองข้ามไป คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เคยปฏิบัติอยู่เป็นประจำไม่เห็น
    จะเป็นอะไรเลย
    อาหารมื้อเช้า เป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุด ที่ร่างกายต้องการสารอาหารในช่วงเวลา 07.00 - 09.00 น. ระหว่างเวลานี้สมองและ
    ใบหน้าของคนเราต้องการเลือดและออกซิเจน เป็นอาหารบำรุงส่งไปเลี้ยงสมอง ถ้าไม่กินข้าวเช้า ก็จะไม่มีเลือดมารับออกซิเจนส่งขึ้นไปเลี้ยงสมอง
    เพราะสมองต้องการกรดอะมิโนไปบำรุงเซลล์สมอง รวมถึงวิตามินบี 1 , และบี 12 มื้อเช้าถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ก็ควรกิน สูตร โยเกิต + นมสด + น้ำผึ้ง+ มะนาว
    และกล้วย 1 ลูก

    สาเหตุที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย

    - กระดูกคอข้อที่หนึ่ง เคลื่อนไปเบียดทับเส้นประสาท หรือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
    - กินอาหารที่ผัดน้ำมันบ่อยเป็นเวลานาน แล้วเกิดไขมันเกาะตัวเหนียวสะสมในลำไส้ ก็มีโอกาสที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย เพราะ
    ระบบดูดซึมเสีย และถุงน้ำดีข้น
    - มีพยาธิในลำไส้ พยาธิที่ผิวหนังจะกัดกินเลือดในร่างกาย
    - การไม่กินอาหารเช้าก็เป็นสาเหตุให้เลือดไม่เลี้ยงสมอง

    เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย จะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น ผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย
    นอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ฝันบ่อย ปวดไหล่ ตื่นกลางดึกบ่อยๆ ปวดหัวข้างเดียว ปวดหัวสองข้าง ปวดหู ปวดกระบอกตา เป็นไซนัส
    เหงือกบวบ เจ็บคอ เจ็บลิ้น ปวดชายโครง ปวดหลัง ปวดเข่า กระุดูกสะโพกจะเคลื่อนได้ง่าย ปวดสะโพก ปวดข้อเท้า หลังเท้า วิตกกังวล
    อาจมีอาการทีละอย่าง หรือ หลายอย่างพร้อมกัน
  • โยเกิต + นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว
    ( ล้างลำไส้เล็ก )

    ประโยชน์ของโยเกิต + นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว คือ
    - ล้างไขมันในลำไส้เล็ก ทำให้ระบบดูดซึมดี ตัวจุลินทรีย์ที่เกิดในโยเกิตจะช่วยย่อยไขมันจากนม และ
    กินความหวานจากน้ำผึ้ง เพื่อสร้างและเลี้ยงตัวจุลินทรีย์เองให้เติบโต เมื่อกินโยเกิต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว เข้าไป
    นอกจากจะล้างลำไส้แล้ว ยังมีไขมันฝ่ายดีและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้ากินเวลา 13.00 - 15.00 น.
    จะไปช่วยย่อยขยะในลำไส้เล็กเพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็น บี 12 ส่งไปเลี้ยงสมองได้ดีมาก กินตอนเช้าจะลดความอ้วน
    กินตอนบ่ายล้างลำไส้เล็ก กินตอนเย็นจะอ้วน

    - ถ้าไม่มีน้ำผึ้ง ก็ใช้น้ำอ้อยแทนได้ และถ้าไม่มีมะนาวก็ใช้น้ำส้มคั้น หรือ ส้มจี๊ดแทน จะได้วิตามินซี
    จากผลไม้โดยตรง

    - คนที่เป็นเบาหวานกินได้ เพราะจุลินทรีย์จะกินความหวานจากน้ำผึ้งก่อน เมื่อผสมโยเกิต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว
    เสร็จแล้ว ควรตั้งทิ้งไว้สักพักหนึ่ง เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ขยายตัวก่อนแล้วจึงดื่ม ถ้ากินในปริมาณ 500 ซีซี จะช่วยล้าง
    ถึงลำไส้ใหญ่ได้

    - เด็กกินแล้วจะช่วยย่อย ทำให้อารมณ์ดี บำรุงสมองไ้ด้ดี

    สูตรที่ใช้
    - โยเกิตรสธรรมชาติ ครึ่งถ้วย
    - นมสด 1 แก้ว
    - น้ำผึ้ง 1 - 2 ช้อนโต๊ะ
    - มะนาวครึ่งลูก ( รสชาดปรับได้ตามใจชอบ )
    สูตรไม่ตายตัว ปรับได้ ขอให้ทำให้อร่อยแล้วกินได้ก็พอ
    ไฟล์แนบ
    picyogot01.gif 10K
    picyogot02.gif 12K
    picyogot03.gif 10K
    picyogot04.gif 12K
  • เห็ดสามอย่าง
    ( ล้างสารพิษในร่างกาย )

    เห็ดสามอย่าง คือ เห็ด 3 ชนิด หรือ 3 ชนิดขึ้นไป จะิเป็นเห็ดสด หรือ เห็ดแห้งก็ได้ นำมาปรุงอาหารแล้วกินได้ทั้งเนื้อเห็ด
    และน้ำต้มเห็ด
    ประโยชน์ ของเห็ดสามอย่างเมื่อนำมารวมกันปรุงอาหาร
    - ล้างสารพิษที่ตกค้างในตับ ช่วยบำรุงตับ
    - ลดอนุมูลอิสระที่จะเกิดเป็นเซลล์มะเร็ง

    เห็ดชนิดเีดียว
    ประโยชน์ยังไม่มากเท่ากับเห็ด 3 อย่าง มารวมกัน หรือ 3 อย่างขึ้นไป เห็ดที่นำมาใช้ คือ
    เห็ดที่กินได้ เช่น เห็ดหูหนูดำ เห็ดหูหนูขาว เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดเข็มทอง ล้างน้ำให้สะอาด
    ก่อนปรุงอาหาร
    โปรตีนในเห็ด
    โปรตีนในเห็ด 3 อย่าง เมื่อนำมารวมกันประกอบอาหารแล้วจะได้โปรตีนจากเห็ด ที่ร่างกายดูดซึม
    ไปใช้งานได้ง่ายที่สุด ง่ายกว่าเนื้อสัตว์ โปรตีนจากเห็ดจะไปสร้างกรดอะมิโนที่บำรุงสมอง ปรับสมดุลของการสร้างเซลล์ใหม่
    ในร่างกาย ต้านการเกิดมะเร็ง ขจัดสารพิษ แต่ถ้าคนที่เป็นมะเร็งแล้วกินได้ แต่อย่าคาดหวังอะไร ควรไปพบแพทย์รักษาจะดีที่สุด
    อาหารตัวอื่นที่ต้านอนุมูลอิสระได้ดีก็มีมากมาย เช่น กระเจี๊ยบเขียว ลูกหม่อน ผัก และผลไม้ ที่ควรกินป้องกันเอาไว้

    น้ำต้มเห็ด 3 อย่าง ใช้ทำเป็นน้ำซุปปรุงอาหารก็ได้ แต่ไม่ควรนำเห็ด 3 อย่างไปผัดน้ำมัน ถ้าจะ
    ผัดควรใช้กะทิผัดแทนน้ำมัน เพราะ กะทิเป็นไขมันที่ละลายในน้ำได้ และกะทิมีโคเลสเตอรอลฝ่ายดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย
    ไฟล์แนบ
    picyanani.gif 24K
    picyanani01.gif 23K
    picyanani02.gif 26K
    picyanani03.gif 22K
  • ปักหมุดเลยครับ
    สูตรแรกแม่ผมเคยทำ ครับ ดีมากเลย แต่แกบอกว่ากลัวอ้วน 555
    ตอนนี้เลยหันมาใช้แบบญี่ปุ่นครับ คือ
    ตื่นนอนตอนเช้ายังไม่ต้องแปลงฟันนะครับ ให้ทานน้ำเปล่าเลยประมาณ 4 แก้วครับ ญี่ปุ่นเค้าใช้วิธีนี้กันครับ
    แต่เวลากินต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำนะครับ มาเร็วมาก บางทียังไม่หมดแก้วแรกเลยครับ อิอิ....
  • อย่าลืมทำดีท็อกสูตรอาจาร์สาทิศด้วยนะป้า
    กาแฟดีมีไว้สวนครับ
  • แล้วคนที่ทำงานกลางคืนละครับเราควน กินอาหาร ขัดถ่ายยังไง
    เพราะเวลาเราไม่เหมือนชาวบ้านเขา

    ผมทำงานกลางคืนมาสิบกว่าปีทุกวันนี้มีปัญหาเรืองการนอนมาก
    เลิกงานตีสี่ กินข้าวก่อนนอนตีห้า นอนประมาณหกโมง แต่ผมตืนสีบโมงเต็มที่สีบเอ็ดโมง
    ผมถือว่าน้อยนะครับ ตกวันละสี่ถึงห้าชั่วโมง นอนก็ฝันตลอดหลับไม่สนิด
    เป็นแบบนี้มานานแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

    เรื่องขี้หลงขี้ลืมก็ที่หนึ่ง (ปีนี้ผมสามสิบ) แต่ขี้ลืมมากบ้างที่เรียกชื่อหมาผิดบ้างถูกบ้าง (สงสัยเป็นเอามาก) หมาก็มีอยู่แค่สามตัว
    อยากหางานทำกลางวันบ้างอยู่เหมือนกันแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไร รักอาชีพที่ทำอยู่ แต่ก็รักชีวิตตัวเองเเละเมียเหมือนกัน
    คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้อีกสักปีหน้าตาผมคงเท่ากับคนอายุสักห้าสิบก็เป็นได้:013:
    :013: