ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

Mark Mafia

รับมือยุง_มด_หนู_แมลงสาบ_ตะขาบ_งู
  • วิธีการไล่ยุง
    แบบง่าย ๆ คือ หา การบูร มาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูร ระเหย ออกไป
    และกลิ่นของการบูรจะช่วย ป้องกันยุง ไม่ให้มารบกวน..........


    วิธีกำจัดแมลงสาบ
    วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย) 1

    เอาขวดเหล้ากลม มาวาง ทาน้ำมันพืชบางๆบริเวณปากขวด

    แล้วเอาเศษอาหารที่มีกลิ่นหอมๆ ใส่ไว้ก้นขวด (จากการทดลองน้ำตาลปิ๊บดีสุด)

    วางขวดเอียงประมาณ 70 องศา ให้ปากขวดแตะผนัง ตามซอกมืดๆในบ้าน

    ตื่นเช้ามาคุณจะได้แมลงสาปอยู่ในขวด (วันแรกๆจะได้เยอะมาก)

    ทำซ้ำเรื่อยๆ มันก็จะหมดไปเอง

    วิธีการกำจัดแมงสาบแบบบ้าน ๆ (เน้นประหยัดและง่าย) 2

    ส่วนประกอบ
    1. ขวด เฮลบลูบอยที่หมดแล้ว 1 - 2 ขวด
    2. น้ำมันหมู

    วิธีทำ
    1. เทน้ำมันหมูลงในขวด เฮลบลูบอย แล้วก็เคล้ากะให้น้ำมันหมูเกาะทั่วขวด

    2. เอาน้ำมันหมูป้ายขอบในคอขวด กะให้กำลังลื่นพองาม

    3. เอาไปตั้งไว้กลางห้องครัว หรือ แหล่งชุมนุม แมงสาบ (เฉพาะจุดที่พบบ่อยๆ)

    4. ทิ้งเอาไว้ ประมาณ 8 ชม. แนะนำ >>ตั้ง<< ไว้ก่อนนอน<br />
    5. ตื่นมาตอนเช้าอย่าตกใจ แมงสาบจะยัวะเยียะ ไปทั้งขวด แต่ออกมาไม่ได้ เด็กและสตรีที่กลัวแมงสาบ ไม่ควรทำ เพราะอาจจะตกใจตายได้555

    6. เอาฝาเฮลบลูบอยปิดไว้ แล้วฝากให้รถขยะพาแมงสาบไปเที่ยวชะ

    :-D :-D :-D
  • วิธีกำจัดมด

    - หาเศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเป็นชิ้น ๆ ความยาวพอประมาณ ชุบกับน้ำมันเครื่องพอหมาดหรือจาระบี แล้วนำมาพันรอบขาตู้หรือโต๊ะ หรือจะใช้ปูนขาวใส่ภาชนะรองที่ขาตู้ก็ได้ และหากพบมดไต่ขึ้นมาตามรอยแตกร้าวของคอนกรีต ให้ใช้น้ำมันก๊าดเทลงไปในร่อง มดก็จะไม่โผล่หน้าขึ้นมาให้เรารำคาญใจอีกนาน

    - ใช้แป้งฝุ่นสำหรับทาป้องกันเห็บหมัดของสุนัขหรือแมวมาโรยตามพื้นหรือบริเวณที่มดขึ้น เมื่อมดเดินผ่านก็จะเกิดการระคายเคืองและตายในเวลาอันรวดเร็ว หรืออาจฝานมะนาวเป็นแผ่นบางๆ มาไปวางในบริเวณที่มดขึ้นก็ได้

    - หากพบว่ามีมดขึ้นอยู่ในขวดน้ำตาลหรือขนมปังที่ใส่อยู่ในกระป๋อง ให้ เราปิดฝาขวดหรือกระป๋องนั้นให้สนิท จากนั้นให้ออกแรงเขย่าเพียงเล็กน้อย แล้วเปิดฝาทิ้งไว้หรือนำไปผึ่งแดดสักครู่ มดตัวน้อยตัวนิดก็จะพากันหนีออกมาเอง

    - ในกรณีที่พบรังมด ให้ใช้น้ำที่แช่หน่อไม้สดหรือหน่อไม้ดองเปรี้ยวราดไป ที่รัง มดจะอพยพไปอยู่ที่อื่นทันที แต่ถ้าต้องการกำจัดให้สิ้นซาก ให้ใช้การบูรและยาสูบอย่างละ 1 ส่วน นำไปแช่น้ำตั้งไฟให้เดือด จากนั้นเอาไปราดที่รัง มดก็จะตายและไม่กล้ามาทำรังอีกแน่ๆ

  • วิธีไล่หนู

    แบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำ ไม้ยี่โถ ไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่
    เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย แล้วไม่ต้องโทรไปง้อมันละ.. :-D :-D :-D


    วิธีไล่ตะขาบ

    - เลี้ยงไก่ในบริเวณบ้าน ( ถ้าสะดวก)

    - ปลูกต้นเสลดพังพอนตัวเมีย รอบๆ บริเวณบ้าน

    - ใช้ "น้ำส้มควันไม้" เนื่องจากน้ำส้มควันไม้เข้มข้น มีส่วนผสมของน้ำมันทาร์ และยางเรซินอยู่มาก จะส่งกลิ่นเหม็นคล้ายควันไฟรบกวนสัตว์ และแมลงที่มีพิษต่างๆ รู้สึกจะมีขายตามร้านขายเคมีเกษตรครับ.......

    วิธีไล่งู

    1. งู ที่กลัวเชือกกล้วยจะมีก็เฉพาะงูเหลือมเท่านั้น ซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้ว ส่วนงูพิษยังไม่มีรายงาน การเลี้ยงสุนัข หรือห่านเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุด

    2. ใช้ สารเคมีที่มีกลิ่นฉุน เช่น น้ำมันก๊าด(หาง่าย และไม่อันตรายกับคน และสัตว์เลี้ยง) ให้ฉีดพ่นหรือราดรอบๆ บริเวณที่ไม่ต้องการให้มีงูอยู่ ( ถ้าฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดที่รังงูก็จะหนีไปเหมือนกันครับ) และ ควรฉีดพ่นหรือราดน้ำมันก๊าดในช่วงที่ไม่มีเด็กๆ อยู่ เพราะงูจะออกมาจากที่หล่บซ่อน วิธีนี้เคยใช้จัดการกับงูเห่ามาแล้วใช้ได้ผลครับ ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะครับไม่ต้องฆ่าเขาด้วยแค่ไล่ไปเท่านั้น

    3. ใช้ผงกำมะถัน(สีเหลืองๆ) มาผสมน้ำแล้วราดบริเวณรอบบ้าน แต่วิธีนี้ต้องทำบ่อยหน่อย อย่างน้อย เดือนละครั้ง เพราะกำมะถันเจือจางแล้วงูก็เข้าอีก......

    โชคดีครับท่าน......ส่วนวิธีไล่ภรรยา ช่วงน้ำท่วมยัง ไม่มีวิธึครับเพราะยังไม่ :-D :-D :-D
  • แถมๆ
    image

    จากมหาอุทกภัยที่กำลังถล่มประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ทำให้มีผู้เดือดร้อนจำนวนมหาศาล มีผู้เสียชีวิตจำนวนไม่น้อย และอีกมากมายที่จำต้องทิ้งบ้านเอาไว้จมบาดาล ออกจากพื้นที่มาอยู่ในศูนย์พักพิงที่เปิดขึ้นจากน้ำใจคนไทยเพื่อซับน้ำตาคนไทยด้วยกันที่มีอยู่หลายแห่ง และนอกจากการจมน้ำเสียชีวิตแล้ว สาเหตุหนึ่งที่เป็นข่าวอยู่ในระยะหลังของเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ คือการเสียชีวิตจากการถูกไฟดูด จึงมีทิปเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญและเป็นเคล็ดลับในการที่จะช่วยชีวิตได้จากเหตุการณ์ไฟดูด

    ข้อมูลจากฝ่ายป้องกันอุบัติภัย การไฟฟ้านครหลวง ระบุว่า ผู้ที่จะเข้าไปช่วยต้องรู้จักวิธีที่ถูกต้องในการช่วยเหลือผู้ได้รับอันตรายจากไฟฟ้าจะต้องมีวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง คือ “ห้าม” ใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้า หรือตัวนำที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอันตรายเป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าจนได้รับอันตรายไปด้วยอีกต่อหนึ่ง, หากทำได้ ให้รีบหาทางตัดกระแสไฟฟ้าโดยฉับไว จะด้วยการถอดปลั๊ก หรืออ้าสวิตช์ออกก็ได้ จากนั้นให้ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เช่น ผ้า ไม้แห้ง เชือกที่แห้ง สายยาง หรือพลาสติกที่แห้งสนิท ถุงมือยาง หรือผ้าแห้งพันมือให้หนา แล้วถึงผลักหรือฉุดตัวผู้ประสบอันตรายให้หลุดออกมาโดยเร็ว หรือเขี่ยสายไฟให้หลุดออกจากตัวผู้ประสบอันตราย แต่หากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูงให้พยายามหลีกเหลี่ยง แล้วรีบแจ้งการไฟฟ้านครหลวงให้เร็วที่สุด และประการสำคัญ คือ “อย่า” ลงไปในน้ำกรณีที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ในบริเวณที่มีน้ำขัง ต้องหาทางเขี่ยสายไฟฟ้าออกให้พ้น หรือตัดกระแสไฟฟ้าก่อน จึงค่อยไปช่วยผู้ประสบอันตราย

    หลังจากช่วยออกมาได้แล้ว หากปรากฏว่าผู้เคราะห์ร้ายที่ช่วยออกมานั้นหมดสติไม่รู้สึกตัว หัวใจหยุดเต้น และไม่หายใจ ซึ่งสังเกตได้จากอาการที่เกิดขึ้นดังนี้ คือ ริมฝีปากเขียว สีหน้าซีดเขียวคล้ำ ทรวงอกเคลื่อนไหวน้อยมาก หรือไม่เคลื่อนไหว ชีพจรบริเวณคอเต้นช้าและเบามาก ถ้าหัวใจหยุดเต้นจะคลำชีพจรไม่พบ ม่านตาขยายค้างไม่หดเล็กลง หมดสติไม่รู้สึกตัว ต้องรีบทำการปฐมพยาบาลทันที เพื่อให้ปอดและหัวใจทำงาน โดยวิธีการผายปอดด้วยการให้ลมทางปาก หรือที่เรียกว่า “เป่าปาก” ร่วมกับการนวดหัวใจก่อนนำผู้ป่วยส่งแพทย์
    ไฟล์แนบ
    127703379511.jpg 125K
  • และจากกรณีมีการส่งต่อข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์กสุดฮิตอย่าง “ทวิตเตอร์” กรณีมีความคลาดเคลื่อนจนก่อความสบสนเกี่ยวกับการสับสะพานไฟ (คัตเอาต์) ในพื้นที่น้ำท่วมนั้น จากการสอบถามไปยัง Call Center ของการไฟฟ้าที่หมายเลขโทรศัพท์ 1129 ได้แจ้งการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องหากต้องการตัดไฟภายในบ้านที่น้ำท่วมว่า

    ในกรณีที่มิเตอร์ไม่จมน้ำ แต่น้ำท่วมแล้ว จำเป็นต้องตัดไฟภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย ผู้ทำการตัดไฟต้องสับคัตเอาต์ลง ซึ่งต้องอยู่บนพื้นที่แห้ง ตัวแห้ง หรือหากอยู่บนเรือต้องเป็นเรือพลาสติก หรือเรือไม้เท่านั้น ไม่สามารถตัดไฟเมื่อตัวอยู่บนเรือโลหะได้ เพราะโลหะเป็นสื่อนำไฟฟ้า ก่อนสัมผัสมิเตอร์ หรือคัตเอาต์ ให้สังเกตว่า ไม่มีสายไฟฟ้าจมน้ำอยู่ จึงจะสับคัตเอาต์ได้ แต่ในกรณีมิเตอร์จมน้ำแล้ว แนะนำให้สับสะพานไฟในบ้านลงทันที ผู้สับต้องอยู่ในที่แห้ง บนเรือที่ไม่นำไฟฟ้า หรือหากมีไม้แห้งหรือสื่อไม่นำไฟฟ้าสามารถใช้เกี่ยวสับสะพานไฟลงได้ก็จะเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น แต่ตัวต้องแห้ง อุปกรณ์เกี่ยวต้องแห้งสนิท และพื้นยืนก็ห้ามมีน้ำหรือความชื้นเด็ดขาด

    กรณีที่มิเตอร์จมน้ำและสับคัตเอาต์ลงแล้ว ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าหรือมิเตอร์นั้นหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่จมน้ำอย่างน้อย 1 เมตร ถือว่าเป็นระยะปลอดภัยที่ต่ำที่สุด เพราะไม่แน่ใจว่ามีกระแสไฟฟ้าค้างไหม แต่ถ้าจะให้ดีต้องห่าง 3 เมตร และถ้าผู้ใช้ไฟฟ้าต้องการตัดไฟในพื้นที่ชุมชน ต้องให้ผู้นำชุมชนติดต่อมา เป็นตัวแทน การไฟฟ้าไม่สามารถจะตัดบ้านใดบ้านหนึ่งได้ เพราะแม้ตัดเฉพาะบ้านก็ยังมีกระแสไฟฟ้าวิ่งในสายไฟหลัก ถ้าตัดจะกระทบบ้านหลายหลัง บางหลังมีผู้ป่วยที่อาจต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่้ใช้ไฟฟ้า การตัดไฟจึงจำต้องได้รับการยอมรับจากทุกบ้านในชุมชนนั้น และให้ตัวแทนหมู่บ้านเป็นผู้มาร้องขอ สามารถแจ้งตัดไฟ 1129
  • บางอย่างยังไม่รู้เลยนะเนี่ย โอ้ว ๆๆ ความรู้แน่นปึก
  • สุขาเคลื่อนที่

    image
    ไฟล์แนบ
    305380.jpg 69K
  • :063: ขอบคุณมากครับ
  • อ่านแล้วเป็นความรู้ดีจริงๆ แถมนำไปใช้ทำเองได้ด้วย
    ขอบคุณนะคะ
    :013:
  • เยี่ยมมาก ๆ ๆ ๆ
  • ดีมากๆๆครับ