ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Mark Mafia

หลักการผสมพันธุ์ในสุนัข
  • sorateap เมษายน 2010
    หลักการผสมพันธุ์ในสุนัข

    โดย....สะท้าน ใจเพชร

    ปัญหาของนักผสมพันธุ์ เกี่ยวกับการผสมพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ มักจะเกิดจากความเข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง รวมทั้งประโยชน์และข้อดีข้อเสียของรูปแบบการผสมพันธุ ์เหล่านี้ ทำให้ไม่กล้าปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง จึงไม่สามารถพัฒนาพันธุ์ที่ดีได้ตามต้องการ

    1. มีความเชื่อว่าการผสมแบบ Inbreeding จะทำให้เกิดลักษณะด้อยที่ไม่ต้องการ ลักษณะพิการออกมาโดยยึดจากหลักและกฎเกณฑ์ในมนุษย์เกี ่ยวกับการผสมพันธุ์ ในระหว่างพี่น้อง หรือพ่อแม่กับลูก ซึ่งต่างกับสัตว์ เพราะในมนุษย์เราไม่สามารถคัดเลือกเฉพาะพันธุ์ที่ดีห รือคัดทิ้ง ยกเว้นแต่การคัดเลือกตามธรรมชาติ ( Natureral Selection ) เท่านั้น ซึ่งมุ่งขจัดเฉพาะความพิการที่ไม่อาจจะดำรงชีวิตอยู่ ได้ก็จะตายไป นอกจากนี้ยังมีกฎเกณฑ์ของศาสนาและสังคมเป็นตัวบังคับ อยู่ด้วย ทำให้การผสมในมนุษย์จึงเป็นเรื่องอันตรายและมีความเส ี่ยงสูง แต่ในสัตว์นั้นจริง ๆ จะต่างกัน เราสามารถอาศัยวิธีการคัดเลือกพันธุ์มาใช้ร่วมกันด้ว ย ซึ่งจะทำให้เกิดขึ้นได้เฉพาะลักษณะที่เราต้องการ

    2. ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักของพันธุกรรม เช่น ในเรื่องการผสมพันธุ์ แล้วได้ลูกที่เกิดขึ้นจะได้ลักษณะต่าง ๆ มาจากพ่อแม่ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันระหว่าง Chromosome และ Genes จากพ่อแม่อย่างละครึ่งหนึ่ง เป็นต้น

    3. ไม่ได้ศึกษาประว ัติของครอบครัว สาย พันธุ์ ( Pedegree ) ของสัตว์ที่เราจะนำมาผสมกัน ทำให้เราไม่สามารถกำหนดหรือคาดหวังในลักษณะที่เราต้อ งการได้

    ความหมายทั่วไป

    Inbreeding หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิดและสายพันธุ์เดียว กัน 2 ตัว ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาก เช่น ระหว่างพ่อแม่กับลูก พี่กับน้อง ลุงป้ากับหลาน เป็นต้น

    Linebreeding หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิดและสายพันธุ์เดียว กัน 2 ตัว ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน เป็นญาติกัน ในตระกูลเดียวกัน อาจจะเป็นญาติใกล้ชิดหรือห่างไกลก็ได้

    Outbreeding หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างสัตว์ที่มีชนิดและสายพันธุ์เดียว กัน 2 ตัว ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเลย หรือไม่สามารถตรวจสอบปกติได้

    แต่ในความเป็นจริงแล้ว การแยกความหมายของคำเหล่านี้ให้ถูกต้องตามทฤษฎีออกจา กกันนั้นค่อนข้างเป็นได้ยาก และ การจะกำหนดความสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้น แทบทำไม่ได้เลย เนื่องจากเราต้องคำนึงถึงลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกร รม เรื่องของ genes และ Chromosomes รวมทั้งคุณสมบัติทางพันธุกรรมอื่น และประวัติครอบครัวร่วมกันด้วย

    สิ่งที่เราควรทราบคือ ปกติการผสมพันธุ์จะเกิดจากการจับคู่ของแต่ละ Chromosomes และ genes ที่ถ่ายทอดลักษณะประเภทเดียวกัน ภายในเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์แต่ละตัว เมื่อนำมาร่วมกันก็จะแสดงลักษณะเหล่านั้นออกมา ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะเด่นและลักษณะด้อยของ Chromosomes และ genes ที่รวมกัน ซึ่งโดยปกติลักษณะเด่นนั้น จะข่มลักษณะด้อยไม่ให้แสดงออกมา แต่ลักษณะด้อยของ genes นั้นก ็ยังคงอยู่ต่อไปโดยไม่แสดงออกในรุ่นนี้ แต่ก็คอยเวลาที่จะแสดงออกในรุ่นต่อ ๆ ไปเมื่อมีโอกาส คือเมื่อไม่ถูกลักษณะเด่นข่มหรือเมื่อมันไปจับคู่กับ genes ที่มีลักษณะด้อยเหมือนกัน

    ทางทฤษฎี

    Inbreeding จะเกิดขึ้นเมื่อคู่ของ Chromosomes และ genes ที่เหมือนกันของเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ 2 ตัว รวมกันเป็นลูก ( Zygote ) ทั้งนี้ ไม่จำเป ็นต้อง พี่น้องหรือพ่อแม่เดียวกันก็ได้ ขอเพียงแต่ให้มีลักษณะ genes และ Chromosomes ที่เหมือนกันก็พอ ซึ่งในทางปฏิบัติ inbreeding แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นในฝาแฝดเหมือนกัน ( Indentical term ) ซึ่งก็มักจะเป็นเพศเดียวกัน จึงไม่สามารถผสมกันเองได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติระหว่างสัตว์ 2 ตัวที่มี genes มาจากจุดกำเนิดเดียวกันและเหมือนกันทุกประการจึงเป็น ไปได้ยาก เพียงแต่จะมีแค่เกือบจะเป็น inbreeding มาก ๆ ( Most intensive of inbreeding ) ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ได้ลูกเกือบจะเหมือนพ่อแม่เลยท ีเดียว

    Linebreeding จะเกิดขึ้นเมื่อคู่ของ Chromosomes และ genes ที่คล้ายกันของเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ 2 ตัว มารวมกัน เกิดเป็นลูก ( Zygote ) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Inbreeding และ Linebreeding จะมีความคล้ายคลึงของ Chromosomes และ genes ในระดับต่ำกว่าคือ Linebreeding จะเป ็นวิธีหนึ่ง ซึ่งปรับปรุงการผสมพันธุ์เพื่อนำไปสู่ Inbreeding จริง ๆ ดังนั้นถ้าการผสม Linebreeding ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างสายพันธุ์จาก Linebreeding ได้เข้มข้นและบริสุทธิ์จริงแล้ว นั่นแสดงว่าเราสามารถบรรลุวัตุประสงค์ในการทำ inbreeding ได้ แต่ถ้าการทำ linebreeding ล้มเหลวไม่สามารถเกิดสายพันธุ์บริสุทธิ์เข้มข้นได้ เราต้องไว้ว่าเพียงแต่เราจะไม่ควรทำ inbreeding แล้ว ในทางพันธุกรรมเราจะไม่ได้อะไรเลย

    Outbreeding เกิดขึ้นเมื่อมีการจับคู่ระหว่าง Chromosomes และ genes ที่ต่างกันของเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ 2 ตัว มารวมกันเป็นลูก ( Zygote ) ทั้งนี้ แม้ว่าจะเป็นพี่น้องเดียวกันหรือญาติใกล้ชิดกันก็ตาม ซึ่งอาจจะมี genes + Chromosomes ต่างกันก็ได้

    หลายครั้งที่นักผสมพันธ์ไม่กล้าที่จะเสี่ยงลองผสมพัน ธุ์ Inbreeding เนื่องจากกลัวว่าจะได้สัตว์ที่พิการ อ่อนแอ มีลักษณะด้อยที่ไม่ต้องการ แต่ตามความเป็นจริงแล้วสัตว์เลี้ยงพันธุ์แท้ทุก ๆ พันธุ์ที่เรามีอยู่นั้น รวมทั้งสุนัขด้วย เราได้มาจากการปรับปรุง พัฒนาพันธุ์ โดยผ่านการผสมแบบ Inbreeding ทั้งนั้น
  • sorateap เมษายน 2010
    ในระยะเริ่มแรกนักผสมพันธุ์ไม่กล้าเสี่ยงกับผลลัพธ์ข อง Inbreeding เหมือนเด็กที่กลัวความมืด เขาจึงได้พยายามคิดวิธีที่จะเสียผลประโยชน์หรือเสี่ย งน้อยที่สุด จึงได้มีผู้คิดวิธีการผสม Linebreeding ขึ้นนั่นเอง เขาทราบเพียงแต่ว่าผลเสียหายจาก linebreeding น้อยกว่า Inbreeding

    และแน่นอนว่าการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้ดีก็ค่อนข้างช ้าไปด้วย เปรียบเทียบ Linebreeding เหมือนการคลาน แต่ Inbreeding เหมือนการวิ่ง การคลานย่อมทำให้เกิดอันตรายไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการวิ่งที่อาจจะสะดุดได้มากกว ่ า แต่สิ่งที่เป็นความจริงคือว่า แม้ว่าลักษณะด้อยจาก Inbreeding จะแสดงให้เห็นในลักษณะภายนอกได้ชัดเจนมากกว่า แต่ผลดีก็คือมันง่ายต่อการกำจัดให้ออกไปจากพันธุ์สัต ว์ที่เราต้องการได้มากกว่า และทำให้เราเหลือแต่สายพันธุ์บริสุทธิ์ที่มีลักษณะที ่พึงปรารถนา แต่ถ้า Linebreeding ลักษณะด้อยเหล่านี้อาจจะไม่ปรากฏมาให้เห็น แต่มันก็ยังซุกซ่อนอยู่ในตัวสัตว์ รอเวลาที่จะแสดงออกมาเช่นกันเมื่อมีโอกาส

    ส่วนการผสมแบบ Outbreeding หรือ Outcross จะได้ลักษณะสำคัญคือ Heterosis ลักษณะลูกครึ่งนี้จะรวมเอาเฉพาะจุดเด่นของพ่อแม่ขึ้น มา ซึ่งจะมีความแข็งแรง สมบูรณ ์ดีกว่าพ่อแม่ ส่วนลักษณะด้อยที่เราไม่ต้องการจะถูกข่มไว้โดยลักษณะ เด่น แต่ลักษณะเหล่านี้ก็มิได้ถูกจำกัดไปไหน มันจะแฝงอยู่ตลอดไป พร้อมที่จะแสดงออกเมื่อมีโอกาสในรุ่นต่อไป

    ดังนั้น การผสมแบบนี้จะทำเมื่อต้องการให้ได้ ลักษณะเด่นที่เราต้องการ การซึ่งไม่มีอยู่ในสายพันธุ์ของเราเพิ่มเติมขึ้นมา แต่ลักษณะเด่นเหล่านี้จะไม่สามารถผ่านต่อไปลูกหลานใน สายพันธุ์ของเราได้ นอกจากต้องอาศัยวิธีการผสมแบบ Inbreeding และคัดเลือกเอาเฉพาะลักษณะที่เราต้องการออกมาเท ่านั้น นั่นคือในการปรับปรุงสายพันธุ์ของเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการผสม Inbreeding ร่วมกับ Selection (คือเลือกพันธุ์)

    สรุป

    1. ในทางปฏิบัติเราไม่สามารถแยกความหมายของการผสมพันธุ์ ทั้ง 3 แบบข้างต้นได้ถูกต้องตามทฤษฎี เนื่องจากสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าพันธุ์ใดก็ตามต้องมีความ สัมพันธ์ต่อกันไม่มากก็น้อย

    ดังนั้น Out cross ที่สมบูรณ์จึงไม่มีส่วน Inbreeding จริง ๆ นั้นเราก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีสัตว์ชนิดใดที ่มีลักษณะ Chromosomes และ genes ที่ไม่เหมือนกันทุกประการ และสามารถผสมพันธุ์กันได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัย linebreeding เพื่อนำไปสู่ inbreeding เพื่อให้ได้เลือดชิดมากขึ้น

    2. การผสมแบบ Outcross เป็นการผสมเพื่อสร้างลักษณะพันธุ์ที่ต้องการ ซึ่งสายพันธุ์เดิมขาดอยู่ และต้องทำการรักษาสายพันธุ์นั้นไว้ โดย Inbreeding and Selection

    3. การผสมแบบ Inbreeding ไม่มีอันตราย เพียงแต่เราต้องเลือก ( Selection ) เฉพาะลักษณะเด่นของมัน คือ แข็งแรง สืบพันธุ์ได้ไว้เพื่อรักษาสายพันธุ์ที่ดีไว้ต่อไป

    4. Inbreeding และ Selection จะทำให้ genes บริสุทธิ์และสามารถรักษาสายพันธุ์ที่เราต้องการไว้ได ้

    5. สิ่งสำคัญที่สุด Inbreeding เป็นผลรวมอันหนึ่งอันเดียวกันของ genes ที่เหมือนกันใน Zygote ซึ่ง Chromosomes และ genes นี้เองจะเป็นผู้ถ่ายทอดลักษณะต่าง ๆ ให้กับสิ่งมีชีวิต ดังนั้นการคัดเลือกพันธุ์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อ งทำร่วมกันกับ Inbreeding เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ที่มีลักษณะที่เราต้องการให้บริ สุทธิ์และเข้มข้น

    ลองอ่านและทำความเข้าใจกันดูน่ะครับ อาจจะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่
  • holdmyown เมษายน 2010
    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับผม
  • GHOSTGHOST เมษายน 2010
    อันนี้ก็น่าคิดนะ

    หลักการผสมพันธุ์ในสุนัข


    การผสมพันธุ์สุนัขควรเลือกผสมสุนัขที่มีพันธุ์แท้
    และที่สำคัญคือพันธุ์เดียวกัน
    โดยควรศึกษาลักษณะเด่นและด้อยของทั้งพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ให้ดีเสียก่อน
    เพราะลูกสุนัขจะพัฒนาและนำรูปร่าง ลักษณะ และ นิสัย
    ที่ดีและเสียมาจากทั้งพ่อและแม่
    สิ่งที่ควรคำนึงในการผสมพันธุ์ก็คือ
    !ไม่ควรผสมพันธุ์ระหว่างสุนัขที่มาจากสายเลือดเดียวกัน! หรือใกล้ชิดกัน! เช่น
    แม่กับลูก! หรือ ระหว่างพี่น้องด้วยกัน!
    การทำเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดความพิการ และโรคต่างๆได้พ่อพันธุ์
    เมื่อสุนัขตัวผู้มีอายุได้ประมาณ 6-8 เดือน
    จะเริ่มมีอาการกระตือรือร้นทางเพศ และสามารถผสมพันธุ์ได้เลย
    หากแต่การผสมพันธุ์บ่อยครั้ง ในขณะมีอายุน้อยเช่นนี้
    อาจมีผลให้สุนัขมีร่างกายทรุดโทรมและเจริญเติบโตช้า เวลาที่ดีที่สุดคือ
    เมื่อสุนัขมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป เนื่องจากสุนัขมีการเจริญเติบโตเต็มที่

    แม่พันธุ์

    สุนัขตัวเมียเมื่อมีอายุได้ 9-10 เดือน
    จะเริ่มมีประจำเดือนเป็นครั้งแรก
    แต่ในการผสมพันธุ์ที่ถูกต้องควรรอให้สุนัขมีประจำเดือนครั้งที่ 2 เสียก่อน
    โดยปกติสุนัขตัวเมียจะมีประจำเดือนทุกๆ 6 เดือน หรือ ปีละ 2 ครั้งนั่นเอง
    ในแต่ละครั้งจะเป็นระยะเวลา 18-21 วัน โดยวันที่ 10-14
    จะเป็นวันที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์มากที่สุด

    การผสมพันธุ์แต่ละครั้งจะทำให้ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีร่างกายอ่อนแอ
    และอาจทำให้ตัวเมียแก่เร็วและมีสุขภาพไม่แข็งแรงเท่าที่ควร
    การนำสุนัขไปผสมพันธุ์นอกบ้าน
    ควรนำสุนัขไปทำความรู้จักและค็นเคยกับลถานที่และสุนัขอีกฝ่ายเสียก่อน
    โดยปกติการผสมจะทำ 2 ครั้งโดยห่างกัน 24 ชม. เพื่อที่จะได้ผลที่แน่นอน

    ที่มา http://disease.108dog.com/2/9?%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9C%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82