ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

Mark Mafia

สูตรอาหาร
  • ปกติให้ F1 ผสมกับ ไข่ต้ม ตับ แล้วก็อาหารที่คนเรากินนี่แหละ ( F1 เปล่ามันไม่ยอมกินอ่ะ เคยลองเป็นอาทิตเลย แต่ช่วงหลังนี่ไม่กินกับอะไรเลย แต่ออกกำลังเท่าเดิมไม่มีทีท่าจะป่วยร่าเริงปกติ....อยากให้เค้ากินบ้าง ขอบคุณครับ.
    ไฟล์แนบ
    Photo-0120.jpg 26K
  • :022:ของผมก็เป็นครับ กินมั่งไม่กินมั่งแล้วแต่อารมณ์ ก็เลยให้วนๆเรื่อย
    ผสมตับย่างมั่ง โครงไก่มั่ง ไก่ย่างห้าดาวมั่ง
    มันก็โตดี ครับกินมั่งไม่กินมั่งก็ทำใจเอา
  • โอ้ โห้....คุณ VIGO หมากินไกย่าง 5 ดาว 555 หรูเหมือนผมเลย วันไหนซื้อ 5 ดาวมาคลุกอาหารเม็ดน่ะมานฟาดเรียบ พุงงี้กายเลย 555 ปล.กระทู้คุณผมตอบแล้วอ่ะครับ....ดีครับ :063::059:
  • ของแบบนี้ อยู่ที่ใจครับ เป็นเกมส์จิตวิทยาระหว่างเจ้าของ กับสุนัข เคยอ่านในหนังสือสุนัขเขาบอกว่าไม่เคยมีประวัติสุนัขที่สุขภาพปกติ ยอมอดอาหารตัวเองจนตายครับ มีแต่เจ้าของนี่แหละที่จะเป็นจะตายเสียให้ได้

    อย่างแรกเลยครับ ยกเลิกความคิดที่ว่าอยากให้เขาทานเยอะๆ จนกระทั่งเราเป็นเดือด เป็นร้อนแทน เรื่องการทานอาหารก็ต้องมีการควบคุมพฤติกรรม เหมือนการฝึกเรื่องอื่นๆ สุนัขของคุณที่ไม่ทานก็เพราะเหตุผลง่ายๆ ครับ เพราะเขาไม่ชอบ เหตุใดที่เขาไม่ชอบ เพราะเขาได้เคยประพฤติจนเป็นนิสัย และรู้แล้วว่าถ้าเขายอมไม่กินแบบนี้ อีกไม่นานคุณก็จะยอมใจอ่อนเอาอย่างอื่นที่อร่อยกว่ามาให้เขาทานเอง

    อย่างที่สอง ต้องเลิกความประพฤติที่ว่า พอสุนัขทานอาหารเม็ดหมด แล้วดีใจมาก จนต้องเอามาเติมให้เขาทานอีก จนเขาทานไม่ไหว หรือเบื่อที่จะทาน เพราะนี่จะเป็นการสร้างนิสัยที่มีทางเลือกสำหรับสุนัขครับว่า จะกินหมด หรือไม่หมดก็ได้ ให้เท่าไรก็เท่านั้นครับ

    อย่างที่สาม อย่าเซ็งมากจนยัดอาหารใส่ปากเขานะครับ นั่นยิ่งทำให้เขากลัวอาหารเม็ดขึ้นไปอีก

    วิธีฝึกนะครับ

    ๑. ไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ก่อนให้แน่ใจว่าสุนัขของเรามีผลการตรวจสุขภาพ และค่าเลือดต่างๆ ที่เป็นปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้มีปัญหาสุขภาพจริงๆ

    ๒. อดอาหารไปเลยครับ ไม่ต้องให้ (เก็บชามข้าวออกไปให้พ้นๆ เลย) เหลือไว้ให้แต่น้ำอย่างเดียว (อย่าแม้แต่จะลองเอาอาหารอะไรให้เลยนะครับ) แล้วเพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้นเป็นเช้า เย็น ครั้งละไม่ให้ต่ำกว่า ๔๕ นาที ทำแบบนี้ ๒ วันเต็มๆ

    ๓. เช้าวันที่ ๓ พาไปออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า ๔๕ นาทีเช่นเดิม แล้วก็รอจนเย็น พาเขาไปออกกำลังกายอีก ๔๕ นาที จากนั้นกลับมาพักประมาณ ๑ ชั่วโมง แล้วเอาอาหารเม็ด นับให้ได้ ๕๐ เม็ด (แค่ห้าสิบเม็ดพอครับ อย่าเกินกว่านี้) ผสมกับน้ำร้อนเพื่อเพิ่มกลิ่น รอให้อาหารลดอุณหภูมิลงในระดับที่สุนัขทานได้ (วัดง่ายๆ คือเอานิ้วจิ้มลงไปดู ถ้านิ้วเราสามารถทนความร้อนนั้นได้ สุนัขก็ทนได้ครับ) แล้วเอาให้เขาทาน ถ้าเขาทานหมดก็พอเลยครับ อย่าเติม เก็บชามขึ้นเลย (แต่ถ้าวางชามแล้ว มาดมแต่ไม่ทานในทันทีก็เก็บชามขึ้นเลยนะครับ อย่าวางไว้) อาหารเม็ดนี่ถึงจะเปียกแล้ว ถ้าไม่ทานเราสามารถเก็บทิ้งไว้ได้ครับ ให้อยู่ในที่แห้ง พอน้ำระเหยก็จะกลับไปเป็นเม็ดเช่นเดิม ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเททิ้ง

    ๔. ให้อาหารจำนวน ๕๐ เม็ดไปประมาณ ๑ อาทิตย์ แล้วอาทิตย์ถัดไปค่อยเพิ่มเป็น ๗๕ เม็ด

    ๕. เพิ่มปริมาณอาหารอาทิตย์ละ ๒๕ เม็ดไปจนถึงในปริมาณเม็ดที่รวมกันแล้วได้ประมาณ ๒.๕ แก้วน้ำมาตรฐาน

    วิธีนี้อาจใช้เวลานานครับ รวมทั้งในช่วงที่เราฝึกเขาแรกๆ เขาอาจตัวผอมลงเพราะอดอาหาร แต่นี่คือการฝึกเพื่อให้เขากลับมาอยู่ในวินัยครับ คุณคงต้องเลือกครับระหว่างยอมใจอ่อน ณ ตอนนี้ แล้วต้องยอมใจอ่อนกับเขาไปเรื่อยๆ จนถึงวันเขาตายจากไป หรือยอมฝึกใจแข็ง ณ ตอนนี้ เพื่ออนาคตในการรักการกินของเขา

    จำง่ายๆ ครับ พวกสุนัขข้างถนน หรือสุนัขตามสถานสงเคราะห์สัตว์ไร้บ้าน เราบริจาคอาหารอะไรไป เขาก็ทานหมด ไม่มีมาเลือกทานเหมือนสุนัขตามบ้าน เพราะเขามีนิสัยในการกินที่ว่าต้องกินให้หมดทุกมื้อเพื่อให้ท้องอิ่มครับ

    ลองเอาไปใช้ดูนะครับ แต่วิธีฝึกอันนี้ ถ้าเจ้าของใจอ่อน ก็ไม่ได้ผลครับ ซึ่งถ้าคุณยอมเป็นคนใจอ่อน ผมแนะนำว่าให้ให้อาหารปรุงเองไปเลย แล้วเปลี่ยนเมนู ๗ เมนูต่อสัปดาห์ เอาส่วนผสมที่เป็นประโยชน์แก่สุนัข แบบนี้ก็โอเคเหมือนกันครับ สุนัขก็จะทานง่าย แล้วก็มีรูปร่างที่สมบูรณ์เช่นกัน เพียงแต่เสียเวลาเจ้าของเท่านั้นเองครับ
  • นี่คือรูปของสุนัขของผมครับ เป็นพันธุ์บูลเทอร์เรีย (ในรูปคือช่วงน้ำหนักสูงสุดคือ ๔๒ กิโล และไม่ได้ออกกำลังกายเลย อ้วนเป็นหมูเลยครับ) ที่ให้ทาน F.1 มา ๔ ปีกว่าแล้ว เช้าผสมน้ำร้อน เย็นตักจากถังเก็บแล้วให้เลยครับ นอกจากบางมื้อที่จะให้สลัดผัก ผลไม้ล้วนๆ ปราศจากเนื้อสัตว์ เพื่อช่วยในการย่อยของลำไส้ครับ ประมาณ ๒ อาทิตย์ต่อครั้ง สำหรับการทานอาหารเม็ด F.1 นี่หมดทุกมื้อไม่เคยเหลือ รวมทั้งสลัดผัก ผลไม้ก็หมดทุกมื้อเช่นกันครับ เพราะเขาเรียนรู้ว่า อาหารคือสิ่งที่เป็นคุณค่า และต้องทานให้หมดทุกมื้อ
    ไฟล์แนบ
    DSCN8073.1.jpg 109K
  • :002:คุณ AA ครับหมาผมเจอไก่นี่กินกระจายแต่ถ้าติดต่อกัน 3 มื้อนี่เริ่มเบื่อ
    คุณ Nol ครับขอบคุณสำหรับวิธีการดีๆครับหมาคุณอ้วนดีจิงๆแสดงว่ากินเก่งจากการฝึกด้วย
    จริงๆก็พอรู้วิธีบ้างครับแต่ผมใจไม่แข็งเอง
  • อ้าวๆเจอกันอีกแล้วน่ะคุณ VIGO แจ๋ว.......เยี่ยมๆ ครับคุณนล หมาหรือหมูเนี้ย 555 ขอบคุณกับความรู้ดีดีครับ อ้อ ถามหน่อย แล้วหมาคุณอ้วนอย่างนี้ น้ำหนักตัวก็เยอะแล้วไม่มีปัญหาเรื่องข้อสะโพกหรือขาแบกรับน้ำหนักตัวไม่ไหว อะไรอย่างนี้หรือครับ.....:o018:
  • น่าจะเจอกันบ่อยคับคุณ AA เพราะผมแอบเข้าเว๊ปทั้งวัน
    :013:
  • 5555555555555555............ยินดีคร๊าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ............:o058::o055:
  • ตอบคุณ AAท่าพระ

    สุนัขของผมมีผลเอ็ฏซ์เรย์ข้อสะโพกที่ปกติมากครับ (เอ็กซ์เรย์ ๓ ครั้ง ตอน ๖ เดือน ๑ ครั้ง ตอน ๒ ปี ๑ ครั้ง และตอน ๔ ปีอีก ๑ ครั้ง)

    สาเหตุน่าจะมาจาก สายพันธุ์บูลเทอร์เรียเองไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องข้อสะโพกอยู่แล้ว รวมทั้งผมเลี้ยงแค่ตัวเดียว สุนัขจึงไม่ได้ถูกขังกรงเลย ปล่อยเป็นอิสระตลอดทั้งในบ้าน และนอกบ้าน รวมทั้งออกกำลังกายเต็มที่มาตลอดในสมัยก่อน (แต่เหมาะสมกับอายุ) คือผมไม่ได้เลี้ยงให้่เขาอ้วนเป็นหมูแบบนี้มาตั้งแต่เด็กครับ ตอนเด็กๆ ก็มีหุ่นแค่ตุ้ยนุ้ยทั่วไป แล้วก็คุมน้ำหนักกันมาเรื่อยๆ (ให้อยู่ที่ประมาณ ๓๐ กิโล) เพราะเป็นสุนัขประกวด รวมทั้งสมัยนั้นแข่งลากน้ำหนักด้วยเช่นกัน (เป็นบูลเทอร์เรียตัวแรกที่ลงแข่งลากน้ำหนักครับ เป็นคู่กัดกับพิทบูลทุกตัวในสมัยนั้นมาตลอด) น้ำหนักมาพุ่งสูงๆ ก็ตอนที่รีไทร์จากทั้งวงการประกวด แล้วก็วงการลากน้ำหนักนี่แหละครับ ขึ้นมาจาก ๓๐ ไปสู่ ๔๒ กิโล (ตามที่เห็นในรูป) เพราะยังทานมากเหมือนเดิมแต่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย แต่ที่ไม่กระทบกับโครงสร้างเพราะถ้าสุนัขโตเต็มวัยแล้ว โครงกระดูกต่างๆ ถ้าไม่มีปัญหามาก่อน ก็จะไม่มีปัญหาแล้วครับ ทำให้ถึงจะอ้วนขนาดนี้ก็ยังไม่มีปัญหาในเรื่องข้อต่อ

    แต่ผมเองก็ทำการลดเขานะครับ ลงมาเหลือประมาณ ๓๔ กิโลครับ แต่ก็ลดได้แค่นั้นเพราะผมก็ยุ่งๆ เลยไม่ได้ลดต่อ แถมตอนนี้ก็มาอยู่ที่ต่างประเทศ สุนัขตัวนี้ก็เลยไม่ได้อกกำลังอีกเลย คงต้องรอกลับประเทศ"ทยก่อนครับถึงจะกลับไปเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักอีกครั้ง
  • อันนี้รูปเพิ่มเติมครับว่าขาหน้า ขาหลังก็ไม่แบะ หรือเป็น cow hock เช่นกัน

    นี่รูปขาหน้าครับ ช่วงที่ยังประกวด และแข่งลากน้ำหนักอยู่ น้ำหนักตัวประมาณ ๓๑ กิโล
    ไฟล์แนบ
    DSCN6297.1.jpg 81K
  • แล้วนี่รูปขาหลังครับ
    ไฟล์แนบ
    IMG_0125.1.jpg 60K
  • :030:ขอบคุณทุกๆท่านครับ...ต่อไปนี้ อดเป็นอด ผอมเป็นผอม.:030:
    ไฟล์แนบ
    Photo-0112.jpg 17K
  • สาระแน่นๆตามเคยนะคับนล หายไปนานหนีออกนอกประเทศนี่เอง55555555
  • สวัสดีครับคุณเคน ไม่ได้เจอกันนานหวังว่าคงสบายดีนะครับ
  • เมื่อวานหมาผมมื้อเช้ากินไป 2 คำพอกลางวันมาอ่านเจอวิธ๊นี้ เมื่อวานเย็นมันไม่แม้แต่จะดมอาหาร
    ผมตัดสินใจทันทีครับใช้วิธีคุณ Nol เมื่อเช้าไม่ให้คับให้อดซัก 2 วันตามวิธีการ
    ได้ผลยังงัยจะมารายการเป็นระยะๆครับ
  • นี่ละโฉมหน้า หมูเทอเรียที่ ถล่มพิทบูลซะเละเทะในยุคนั้น

    เสียดายที่รีบแขวนสายหนีไปก่อน ไม่งั้นได้ล้างอายกันบ้าง:013:
  • Guest:

    คุณ Nol ครับ ก่อนอื่นต้องของสวัสดีคุณ Nol ก่อนครับ เรื่องการกินอาหารผมก็เป็นปํญหาเหมือนกัน แต่ผมอยากถามคุณ Nol ครับ ว่าถ้าเป็นลูกสุนัขอายุ 3 เดือน จะใช้วิธีของคุณ Nol ได้ไหมครับ ขอบคุณครับ รบกวนขอเมล์ของคุณ Nol หน่อยได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
  • มาเฟีย:

    น่าสงสาร เจ้าหมูตอนขาว ที่มีเจ้าของใจร้าย ให้กินอาหารแค่วันละ 50 เม็ด
    รบกวนใครก็ได้แจ้งหน่วยงานพิทักษ์สัตว์ด่วน


    เจ้าแทงค์ เริ่มแรกกิน แอดวานซ์ แล้วเปลี่ยนมาเปอร์ฟอร์มานซ์ในภายหลัง
    ปัจจุบัน เจ้าแทงค์ไม่ค่อยมีกิจกรรมและอายุมากขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้รุ่นอีคอน
    แต่สงสัยกินอีคอนทำไมอ้วนจังว้า
    ผมมั่นใจว่า สายเลือดและพันธุกรรม มีส่วนมากกว่าการอัดอาหารแน่นอนครับ

    หมายเหตุ
    คุณนล ที่เป็นอดีตคู่กัดผมในเรื่องลากน้ำหนัก ก็ยังเป็นลูกค้าที่น่ารัก โดยสม่ำเสมอครับ
    แม่บ้านคุณนลก็น่ารัก ทุกครั้งที่โทรมาสั่ง มักจะสั่งล่วงหน้าสองถึงสามวันเสมอ
  • Krystal:

    จะลองพยายามดูนะค่ะ เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มค่ะ เลี้ยงตัวเมียอยู่ อายุประมาณ 6 เดือนแล้ว
    ชอบกินไก่ย่างมากกกกกกก อาหารก็ไม่กินนะค่ะ แต่กินไม่หมด คือเค้ารู้ไงค่ะ ว่าเด่วพอเราเห็นเค้ากินไม่หมดก็จะเป็นจะตาย

    สงสัยต้องลองวิธีที่แนะนำแล้วหล่ะค่ะ เพราะเค้าเป็นหมา พิทบูล ที่ขี้เกียจมาก ยังเด็กอยู่ด้วยนะค่ะ ก็แอบกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องกระดูก เรื่องข้อทีหลังหรือเปล่า เพราะเวลาพาไปออกกำลัง จะเล่นแปปเด่ว ก็เหนื่อยแบบทำท่าจะเป็นจะตาย ทั้งๆๆที่หมอบอกว่า แข็งแรง นะค่ะ

    วันๆๆ ไม่ทำไรเลย จะนอน อย่างเดียว เฮ้อกลุ้ม
  • ผมว่าสูตรนี้คงใช้กันเยอะผมเหนื่อยกะหมาผมเรื่องอาหารมาหลายเดือนแล้วตอนนี้เค้า 9 เดือน
    มาเริ่มเลี้ยงตอน 4 เดือน คอยนั่งลุ้นทุกมื้อว่าจะกินหรือป่าว วันไหนเปลี่ยนของใหม่กินเกลี้ยง
    เจาของดีใจกว่าถูกหวย พอมื้อที่ 2 เริ่มงอแงกินนิดหน่อยกินน้อย พอมื้อที่ 3 ไม่แตะเรย
    ผมก็หาส่วนผสมใหม่ให้อีก ก็วนเวียนเป็นวัฎจักรจนกลายเป็นนิสัยเสียๆของหมาไป โดยผมนี่แหล่ะ
    สอนมันแบบไม่รู้ตัว คราวนี้เอาจริงแล้วนะเจ้าฟีโร่จะบอกให้ ฮึ่มๆๆ:o019:
    ไฟล์แนบ
    DSCF0025_resize.JPG 68K
  • 5555.......เจ้าตัวนี้นี้เองหรอคุณ VIGO หน้าตามานเอาเรื่องดีน่ะครับ(ดื้อ) เอ้า...เจ้า ฟีโร่ เตรียมตัวรับบทโหดจากพ่อ ไม่กินเก็บ ไม่กินเก็บ....ขอบคุณคุณนลกับความรู้ดีๆๆครับ เป็นประโยชน์กับผมและเพื่อนๆมากคับ.....ๆๆๆ :o061::o001:
  • อ้าว........ขอโชว์หน่อย เดี๋ยวน้อยหน้าคุณ VIGO 55555..........
    ไฟล์แนบ
    DSCF0176.jpg 79K
  • 5555ดูดีทั้ง สุนัขและเจ้าของครับ
  • เริ่มบทโหดกะมันแล้วครับเรื่องอาหาร
    เดี๋ยวจะตั้งกระทู้ใหม่รายงานผล
  • ขอให้ท่านๆ ที่ใช้บทโหดโชคดีนะครับ

    บทพวกนี้ผมเองก็ใช้มาตั้งแต่เขาเด็กแหละครับ เพราะตอนเด็กผมต้องการให้เขามีวินัยในการกิน ทำให้พอโตมาไม่มีปัญหาในการกินเลย


    สำหรับป๋ามาร์ค มาเฟีย ที่มันอ้วนนี่เพราะว่าปัจจุบันผมไม่ได้ให้แค่ ๕๐ เม็ดแล้วครับป๋า ให้เยอะกว่านั้น แล้วพอกินเสร็จมันก็นอน ไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย ขนาดปวดฉี่จะเป็นจะตาย มันก็ยังนอน ชนิดที่เรียกว่าถ้าไม่ปลุกแล้วปล่อยให้ไปฉี่ก็ไม่ไป ยิ่งมาตอนนี้ผมเองมาอยู่เมืองนอกก็เลยยิ่งสบายเจ้าแท้งค์ไปกันใหญ่ ทำให้พลังงานใน ๑ วันมันแทบไม่ได้ใช้อะไรเลย ส่วนที่อ้วนมากนี่คงเพราะทั้งเรื่องอาหาร กบัสายเลือดแหละครับเพราะพี่น้องของมันเอง ก็ไม่มีตัวขนาดนี้ แต่สายเลือดก็อาจมีส่วนครับเพราะว่าลูกๆ ของมันถึงแม้จะตัวไม่เท่ามัน แต่ก็หนาเหมือนกัน ส่วนเรื่องลากน้ำหนักนี่ ถ้าหมาผมไม่แขวนชุดลาก สงสัย เดอะ เหลือก BJ จะไม่ได้เกิด โดนเตะตูดโด่งจ๋อยไปนานแล้ว 555555

    ปล. เรื่องอาหาร F.1 ที่คนอาจสงสัยในเรื่องคุณภาพว่าเป็นอย่างไร สุนัขของผมเองใช้มาตั้งแต่ออกมาสูตรแรก จนปรับเปลี่ยนมาเป็นสูตรปัจจุบัน ใช้มา ๔ ปีกว่าแล้ว ปัจจุบันสุนัขของผมอายุ ๗ ปีกว่า (แก่กว่าซินเดอร์ของพี่มาร์คนิดหน่อย) ตรวจสุขภาพทุกปี ก็ยังมีผลเลือดที่ปกติในทุกอย่างครับ รวมทั้งก็ยังไม่เห็นถึงความแตกต่างกับอาหารต่างประเทศที่กระสอบละแพงกว่า ผมจึงถือคติว่า "จะจ่ายแพงกว่าทำไม" ครับ
  • ถึงคุณ Guest ครับ อีเมลของผมคือ pannuchitnol@hotmail.com ครับ แต่รบกวนช่วยบอกอีเมลคุณด้วยได้ไหมครับ เพราะของผมถ้าไม่ใช่อีเมลที่เซฟเอาไว้ มันจะไปอยู่ใน Junk อัตโนมัติ แล้วผมจะไม่ได้ดูครับ อย่างน้อยบอกอีเมลมา จะได้เข้าไปดูได้
  • ถามคุณ nol หน่อยครับ หมาผมอายุ 2 ปี 3 เดือนพฤติกรรมการกินอาหารตามใจ ต้องมีหมูปิ๊ง+ตับย่าง+ไก่ย่างฯลฯ คลุกรวมกับอาหารเม็ด ถ้าไม่มีของพวกนี้มันไม่กินเลย ให้มื้อเย็นมื้อเดียวต่อ 1 วัน ออกกำลังพาเดินเล่นอาทิตย์หนึ่ง 2-3 ครั้ง ขอถาม
    1.หมาผม จะเข้าโปรมแกรมโหดนี้ได้ไหมครับ แบบว่าจะหักดิบอ่ะครับ...:o018::o018::o058:
  • น่าลองดูนะครับไม่น่ามีอันตรายกับหมาเท่าไหร่ บางทีมันท้องเสีย 2 วันไม่กินเลยก็มีนะครับ
    กระทู้นี้ก็ปักหมุดไปแล้วเย้ๆๆ
  • ยินดีด้วยคุณ VIGO ดังใหญ่แล้วแก๊งเราเนอะคุณ VIGO....:063: :006::006:
  • ขอตอบคุณ AAท่าพระ ครับ จากประสบการณ์นะครับ

    ผมว่าหักดิบได้ครับ เพราะอะไร เพราะสุนัขเองนั้นไม่ได้มีความคิดอะไรที่ซ้ำซ้อนมากครับ เมื่อเขาหิว เขาก็จะกิน เมื่อไม่หิว ก็จะไม่กิน แต่เผอิญว่ามันดันมีสุนัขบางประเภทเพิ่มขึ้นมาในปัจจุบันนี้ นั่นคือสุนัขที่เคยได้ทานอาหารที่อร่อยมาแล้ว ทำให้ติดใจในรสชาด พอมาทานอาหารเม็ดที่รสชาดไม่ค่อยมี จึงไม่ค่อยชอบครับ แล้วประกอบกับพฤติกรรมเดิมที่เขาเรียนรู้มาว่า ถ้าเขายอมใจแข็งไม่ทานในมื้อนั้นๆ อีกไม่นานก็จะมีอาหารอร่อยมาให้เขาทานเอง

    อันนี้จึงเป็นเกมส์จิตใจระหว่างเจ้าของ กับสุนับครับ ว่าใครจะใจแข็งกว่ากัน (แต่เท่าที่เห็นมา เจ้าของใจอ่อนก่อนเกือบจะทุกราย) เรื่องพวกนี้มีสาเหตุครับ

    เพราะเจ้าของอยากให้สุนัขตัวเองตัวใหญ่ๆ ล่ำๆ ยิ่งในปัจจุบันนี้กระแสบูลลี่มาแรง คนยิ่งชอบสุนัขตัวล่ำๆ ทั้งเอาไว้โชว์คนอื่น และเอาไว้เวลาคนอื่นมาเห็นสุนัขของเราแล้วรู้สึกว่าสุนัขตัวนี้ทำไมตัวหนาตันจัง นี่จึงเป็นสาเหตุให้เจ้าของส่วนใหญ่พยายาม "อัด" อาหารให้แก่สุนัขมากจนเกินไปครับ ส่วนใหญ่ตั้งแต่ได้สุนัขมาก็พยายามที่จะให้อาหารในปริมาณที่มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วพยายามคงปริมาณนั้นเอาไว้ ซึ่งในบางครั้งปริมาณนั้นอาจจะมากเกินความจำเป็นของสุนัขก็ได้ ทำให้เขาทานไม่หมด แล้วปัญหาก็เกิดครับ นั่นคือแทนที่เจ้าของจะลดปริมาณอาหารลง ก็กลับพยายามเปลี่ยนอาหารที่ให้ หรือพยายามเสริมอะไรต่างๆ ผสมลงไปในปริมาณอาหารปริมาณเดิมที่ให้ไว้ ทำให้สุนัขเองได้ลิ้มรสของกินที่อร่อย จากนั้นก็เป็นธรรมดาครับที่พอเขาเจออาหารเม็ดธรรมดา ก็เบือนหน้าหนี แล้วก็ลงรอยเดิมนั่นคือเจ้าของก็สรรหามาให้อีกเรื่อยๆ จนติดเป็นนิสัยครับ


    ถ้าอยากหาทางออก มีทางออก ๒ วิธีครับ

    ๑. ยอมไม่ต้องให้อาหารเม็ดเลย แล้วให้อาหารปรุงเอง (ไม่ใช่เศษอาหารนะครับ แต่หมายถึงอาหารที่เราปรุงให้เขาโดยเฉพาะอันประกอบด้วยประมาณว่า เนื้อสัตว์ ๑ ส่วน ข้าวหรือแหล่งคาร์โบไฮเดรต ๑ ส่วน แล้วก็ผักอย่างน้อย ๒ สีอีก ๑ ส่วน แล้วก็เสริมวิตามินรวมไปนิดหน่อย) ซึ่งมีเมนูที่แตกต่างกันไปไม่ซ้ำแต่ละวัน (เท่ากับต้องทำอย่างน้อยคือ ๓ เมนูครับ เพื่อเปลี่ยนไปในแต่ละวัน) แบบนี้สุนัขก็จะไม่เบื่ออาหาร แล้วก็จะทานได้ในปริมาณมาก ซึ่งพอทานได้ในปริมาณมาก และทานหมดทุกมื้อ ยังไงก็ตัวใหญ่ครับ วิธีนี้เองในหลายๆ พันธุ์สำหรับพวกประกวดของต่างประเทศก็ทำครับ เพราะเขาถือว่าเขาเองมีเวลาเตรียมอาหารดีๆ ให้แก่สุนัขตัวเอง ซึ่งถ้าเตรียมอาหารพวกนี้จริงๆ ล่ะก็ ได้สารอาหารที่ดีกว่าอาหารเม็ดอีกครับ เพียงแต่ข้อเสียคือเจ้าของก็ต้องเหนื่อย และเสียเวลาในการเตรียมอาหารให้แก่เขาในทุกๆ มื้อ อย่างน้อยวันละ ๑ ครั้ง

    ๒. หันกลับมาใช้อาหารเม็ดครับ แล้วก็เข้าโปรแกรมหักดิบ โดยถือคติว่า ยอมหักแต่วันนี้ เพื่อวินัยในการกินที่ดีในวันข้างหน้าครับ รวมทั้งถ้าเขาทานหมดก็อย่าเพิ่งรีบเพิ่มปริมาณอาหารแบบสุดๆ แต่ใช้วิธีค่อยๆ เพิ่ม เพื่อให้เขามีอาการอยากอาหารทุกครั้งที่เราเตรียมอาหาร แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มปริมาณไปเพื่อฝึกให้เขาทานอาหารให้หมด ไม่ใช่ให้เขาทานจนหายอยากไปเลย (เหมือนเราแหละครับ ถ้าให้ทานอาหารที่อยากทานแค่ในปริมาณที่ยังไม่หายอยาก เราก็จะยังอยากทานอยู่ แต่ถ้าให้เราทานจนเอียน เราก็ไม่อยากจะทานแล้วครับ) โดยถือคติที่ว่า ให้น้อยแต่หมดทุกมื้อ ยังดีกว่าให้มากๆ แต่หมดบ้าง ไม่หมดบ้างครับ รวมทั้งที่ต้องจำไว้เลยคือพอหมดก็อย่าเติมให้เขาครับ เพราะส่วนใหญ่คนที่สุนัขไม่ทานอาหาร พอทานอาหารหมดทีไรเหมือนสอบเอ็นทรานซ์ได้ ดีใจแล้วก็พยายามเติมให้เขาอีก ซึ่งแบบนี้ในที่สุดก็จะนำมาซึ่งความเบื่ออาหาร และการทานเหลือครับ

    ขอให้โชคดีครับ
  • คุณนลไขข้อสงสัยได้กระจ่างชัดเจนครับ
  • สาระของพี่นลนี่ยังคงสุดยอดเหมือนเดิมครับ :m001:
  • ขอบคุณ มากครับ คุณนล ทีไขข้อค่อยใจให้ผม:005: ผมข้อเลือกวิธีที่ 2 ครับผม:062: วิธีที่ 1 คงไม่ไหวครับ :067: เอ้าเพื่อนๆๆ.....:m109:มีทางออกดีๆๆจากคุณนล มาให้เราเลือกแย้วครับ....ๆๆๆๆๆๆๆๆ.....ปล.เริ่มแล้วจะบอกครับ....:o058::o056::o055:
    ไฟล์แนบ
    q40297[1].gif 6K
  • ว้าวววว.....พี่นล มาอยู่กระทู้นี้ นี่เอง อิอิ

    มี โปรแกรม กลับ เมืองไทย เมื่อไหร่ครับพี่?

    หิ้ว สาว นอก มาฝากสักคน ก็ดีนะครับ :001:

    ฝากคิดถึง ผ่านไปให้เจ้าหมูสลาตัน เดอะแท้งค์ ด้วยครับพี่นล :m032:
  • คุณโก๋โอ๊คครับ ผมคงกลับเมืองไทยประมาณต้นปีหน้าครับ

    อยู่ที่นี่สาวนอกหายากครับ เพราะดันมาอยู่ที่ประเทศที่ส่วนสูงเฉลี่ยมากที่สุดในโลก (เฉลี่ยของผู้ชายที่นี่คือ ๑๘๕ เซ็นต์) ผู้ชายสูงเกิน ๑๙๐ นี่เดินกันให้ควัก ผมก็เลยกลายเป็นเไอ้เตี้ยไป สาวๆ ไม่เหลียวมองเลยครับ
  • พิธบูล:

    ผมกำลังหาคู่ให้กับเจ้าบูลทูชอยู่ครับ เป็นเพสเมีย อายุขวบกว่า น่ารัก
    อยู่จังหวัดลำปาง ใครมีเพศผู้ต้องการผสมบอกด้วยที่ 084-1749495

    อยู่เชียงใหม่ก้อได้เดี๋ยวไปหาครับ ข้อตกลงคุยกันได้ครับ
  • พิธบูล:

    C:\Documents and Settings\Supchai i_am\My Documents\My Pictures\20080125\20071104023.jpg
    รูปเจ้าบูลทูธตอน6เดือนครับ
  • สำหรับผู้ที่ใจอ่อน และคิดว่าตัวเองคงใจไม่แข็งพอที่จะฝึกสุนัขทานอาหารเม็ดครับ นี่คืออีกทางเลือกของท่านครับ อาหารสดปรุงเอง ลองเอาเป็นทำตามดูนะครับ ยอมเสียเวลาหน่อย

    http://uk.youtube.com/watch?v=2H_g9N-BN_o&feature=related
  • ผมอยากทราบว่าสลัดผักกับผลไม้เนี่ย
    มีวิธีหัดให้กินยังไงครับ
  • :o001: ผมเคยอ่านเจอครับ เค้าเอาไปปั่นอ่ะครับ ผัก+ผลไม้+โยเกริตหรือนม ปั่นรวมกันแล้วให้สุนัขกินครับ ลองดูครับ หรือลองสับๆแล้วผสมอาหารเม็ดดูครับ(อันนี้ผมคิดเองนะครับ-*-)
  • ปั่นเสร็จแล้วถ้าลูกไม่กิน พ่อกินเอง 555+
  • คุณ nol วิธีที่ฝรั่งนั่นทำเหมือนอาหารเม็ดเลยนะครับ แต่ไม่รู้ว่าเค้าทำให้แข็งยังไงอ่ะ แช่แข็งหรอป่าวก็ไม่รู้
  • คำว่าใช้งานเนี่ย คือแบบไหนครับ ช่วยอธิบายหน่อยครับกำลังจะตัดสินใจหามาเลี้ยง
  • น้องใหม่:

    ลูกสุนัขอายุ 3เดือนให้กินโคล้งไก่สดได้หรือยัง ถ้าเราต้องการให้มันตัวใหญ่ๆ และถ้าให้ทุกวันจะเป็นอันตรายหรือเปล่า อยากรู้ใครมีประสบการณ์ขอคำแนะนำหน่อยครับ
  • ลัทธิโครงไก่สดนี่ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอามาเผยแพร่
    หมานะครับ ไม่ใช่จรเข้ ที่จะเลี้ยงด้วยโครงไก่ :002:
    อยากได้หมาตัวใหญ่ก็เลือกต้นสายที่มันใหญ่ๆ มันก็จบ
    ไม่ใช่เอาหมาเล็กมาอัดอาหารเพื่อให้มันใหญ่ :001:

    ถ้าโครงไก่สด มันช่วยให้หมาโตไวหรือสามารถทำให้ลูกตัวใหญ่กว่าพ่อแม่จริงๆ
    วงการนักบรีดก็คงไม่ต้องนำเข้าหมาสายใหม่ๆมาให้เสียเงินเสียทอง
    และสายเลือดหมาก็คงไม่จำเป็น เอาหมาอะไรก็ได้มาอัดอาหาร เดี๋ยวก็โตเอง จริงไหมครับ ??? :017:

    ที่เขียนแบบนี้เพราะสงสารหมาครับ :022::002::003:
    ผมเห็นเจ้าของมือใหม่ที่บ้าเห่อ เป็นทุกข์เป็นร้อน จะเป็นจะตายเสียให้ได้ยามหมาไม่กินข้าว :034:
    หรือพยายามเสาะหาอาหารที่วิจิตรพิศดารมาประเคน เพื่อให้มันกิน
    ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอะไรกันหนักหนา ถ้าชอบหมาใหญ่ เลี้ยงมาสตีฟ หรือเกรทเดนดีกว่า ใหญ่กว่าพิทแน่ๆ :030:

    ขอเพิ่มเติมให้อีกนิด
    หมาสมัยนี้ โดนพัฒนาด้วยวิธีการเลี้ยงสมัยใหม่
    ทั้งอาหารเม็ด วัคซีน นอนในมุ้ง มาจนสูญเสียลักษณะพันธุกรรมที่ดีตามธรรมชาติไปเกือบหมดแล้ว
    ผมไม่มั่นใจว่าหมาสายพันธ์ต่างประเทศ จะยังมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติด้วยตัวเองอีกหรือเปล่า
    เพราะตายง่ายเหลือเกิน อะไรนิดอะไรหน่อย ถึงมือหมอไม่ทันก็ตายแล้ว
    หมาไทยหลังอานสมัยนี้ก็เช่นเดียวกัน ห่างหมอห่างวัคซีนไม่ค่อยได้ จ้องจะป่วยอยู่เรื่อย

    แต่ถ้าเราสังเกตุดูหมาไทย ข้างถนนซิครับ ในหมู่บ้านผมนี่ก็เพียบเลย
    กินได้ทุกอย่าง อาหารบูดเน่าตามถังขยะ ท้องไม่เสีย
    อาศัยตามซอกมุมตึกร้าง ไม่ต้องถ่ายพยาธิ ไม่ต้องนอนในมุ้ง ตากแดดตากฝน
    แต่ไม่ตาย มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ ไม่ค่อยเป็นอะไร บางตัวนอนตากฝนทั้งคืน ตอนเช้าก็เห็นวิ่งปร๋อ
    ผมเคยเห็นบางตัวคลอดลูกอยู่ในพุ่มไม้ ตัวที่อ่อนแอก็อาจตายไปบ้าง เพราะไม่เห็น
    แต่ตัวที่เหลือ 7-8 ตัว นี่อึดสุด อดบ้างกินบ้าง แต่ก็อยู่ได้มาจนทุกวันนี้

    อยากให้เลี้ยงหมากันด้วยหลักเหตุและผล และตามความชอบจริงๆ
    อย่าเลี้ยงตามอารมณ์ หรือตามเขา เพราะ อะไรที่ทำตามอารมณ์มันไม่ยั่งยืน
    กลัวเวลาท่านเบื่อแล้วก็ทิ้งขว้างมันครับ :006::006::006:
  • :o001: ถามป๋าเลยประสพการณ์เลี้ยงของป๋าสูงเลยทีเดียว ป๋าทั่นบอกลองมาหมดแล้ว หมามันจะใหญ่ตามพอแม่ครับ
  • ท่านจอมยุทธวา ท่านยกย่องเราเกินไปแล้ว ข้าน้อยมิบังอาจรับไว้ :030:
    ขอเป็นมาเฟีย จอมขบถทางความคิดแบบเดิมดีกว่า ฮ่าๆๆๆ :005:

    เห็นคำถามหลายคำถามมันวนไปวนมา ก็ไม่พ้นเรื่องกิน เรื่องขี้ เรื่องปี้ และก็ตัดหู
    จนนึกถึงตัวเองสมัยเริ่มเลี้ยงใหม่ๆ ก็เคยมีคำถามแบบนี้เช่นกัน ฮา............. :005:

    และตลอดเวลาที่ท่องอยู่ในยุทธภพหมาๆนี้ ข้าน้อยก็หมดตูดไปเยอะแล้วด้วย ฮ่าๆๆๆ :005::005::005:
    สมัยที่ข้าน้อยยังละอ่อน วิทยายุทธข้ายังด้อย ใครว่าอะไรดี ข้าก็ทำตามหมด
    ไม่ค่อยใช่เหตุผล ทั้งที่การศึกษาบางทีก็สูงกว่าเซียนหมาเหล่านั้นด้วย
    แต่พอเซียนพูดอะไรก็ตาม โดยลืมคิดหรือวิเคราะห์ตาม ทั้งที่การศึกษาก็สอนให้เราเป็นคนมีเหตุมีผล เชื่ออะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์
    จนวันนี้สงสารพ่อแม่ที่สู้อุตส่าห์ส่งลูกเรียนสูงๆ เพื่อจะได้เป็นคนมีเหตุมีผล แต่ก็ยังไม่วายเผลอเจอพ่อค้าหมาต้มเอาได้
    เชื่อหรือไม่ ผมเคยโดนพวกเซียน ปั่นหัว จนแอบเอาเงินค่าเทอมไปซื้อหมามาแล้ว ฮ่าๆๆ
    เดี๋ยวนี้เซียนหลายคนก็ ชีวิตยังไปไม่ถึงไหน บางคนก็เล่จนครบทุกสายพันธ์แล้ว
    จึงไม่อยากให้น้องๆมือใหม่ เอาจริงเอาจังกับหมากันมากจนเกินไป
    เลี้ยงเป็นเพื่อน เลี้ยงเล่นๆ เป็นงานอดิเรก เถอะครับ จะได้ไม่เครียด

    วันนี้ ข้าพเจ้า ท่องยุทธภพมาจนหนวดเริ่มหงอก วิทยายุทธเริ่มกล้าแกร่งบวกด้วยประสบการณ์
    จึงอยากนำมาถ่ายทอด ให้พวกสมันน้อย ที่เพิ่งเข้ามาท่องยุทธภพ ใช้ป้องกันตัว หรือเป็นเกราะคุ้มกันแต่เนิ่นๆ
    เพราะช่วงนี้ได้คุยกับ จอมยุทธรุ่นใหม่ๆ รู้สึกว่าเป้าหมายการเข้ามาเลี้ยง พิทบูล มันไม่ใช่เหมือนสมัยก่อนแล้ว
    พิทบูลถึงมันจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่มันก็คือหมาน้อยธรรมดาพันธ์หนึ่งเท่านั้นเอง
    ไม่มีเจ้าของมันก็อยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ แต่หลายท่านรู้สึกว่าจะหวังผลกันสูงเหลือเกิน ไม่ค่อยเผื่อใจไว้บ้างเลย
    กลัวเลี้ยงไปสักพักไม่ได้ดั่งใจ ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาให้ตัวเองกันอย่างไร :001::001::001:

    ***หมายเหตุ***
    เรื่องอาหารการกิน ลองไปค้นหาอ่านในกระทู้ที่บอร์ดเอฟวันดูนะครับ ข้าพเจ้าอธิบายไว้เยอะพอควรแล้ว
    บางกระทู้ ก็ตอบในเชิงวิชาการด้วย :039::039::039:
  • :063: :063: :063:
  • ถ้าถามผม ผมอาจมีแนวคิดที่ต่างจากพี่มาร์คนิดหน่อยครับ เรื่องอาหาร :015:


    ตัวผมเห็นว่าสุนัขจะตัวใหญ่หรือไม่ อาหารน่าจะมีส่วนไม่แพ้เรื่องพันธุกรรม

    ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเกิดมาจากครอบครัวที่ตัวอ้วน กระบวนการเผาผลาญในร่างกายคุณอาจจะไม่มาก ทำให้ทานอะไรนิดหน่อยก็อ้วนง่าย แบบนี้คนที่เกิดจากครอบครัวที่ตัวอ้วน จึงมักจะอ้วนกันไปด้วย ขณะเดียวกัน ถ้าคุณเกิดในครอบครัวที่ตัวผอม คุณอาจจะมีกระบวนการเผาผลาญของร่างกายเร็วมากตามพันธุกรรม จึงอาจจะผอมตามคนในครอบครัวไปด้วย


    แต่ถึงแม้คุณจะเป็นคนที่เกิดจากครอบครัวที่ตัวอ้วน แต่ถ้าคุณทานอาหารน้อย ออกกำลังกายมากๆ คุณก็ผอมได้ครับ ขณะเดียวกันถ้าคุณเกิดจากครอบครัวคนตัวผอม แต่คุณเอาแต่ทานอาหารไขมันกับโปรตีนสูง แล้วก็ทานเบียร์เยอะๆ นอนเยอะๆ ยังไงสุดท้ายก็อ้วนลงพุงครับ ตัวอย่างอีกอันคือพวกนักเพาะกาย หลายคนตัวอย่างกับยักษ์ กล้่ามเนื้อล้วนๆ แต่ก็เกิดจากพ่อแม่ และครอบครัวธรรมดานี่แหละครับ


    พันธุกรรม สำหรับผมน่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ถ้าพันธุกรรมไม่ดี แต่อยากให้ตัวใหญ่ก็ทำได้ แต่อาจต้องใช้เวลา และเงินในปริมาณที่มากหน่อย คนจึงเห็นว่าแทนที่จะเสียเวลาและเงินตรงนี้ ก็ไปซื้อสุนัขที่มีพันธุกรรมที่ดีมาเลี้ยง ก็จะร่นเวลาตรงนี้ไปได้ หรือถ้าเอาสุนัขที่มีพันธุกรรมที่ดี มาขุนแบบสุดๆ อีก ก็จะได้ผลที่ดีขึ้นไปอีก


    แต่ปัญหาของผู้เลี้ยงส่วนใหญ่คือ "ชอบแกล้งทำเป็นตาบอด หูตึง" ที่ผมใช้คำนี้เพราะส่วนใหญ่เราก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วสำหรับกฎของการตัวใหญ่ ว่ากินมากๆ ด้วยอาหารดีๆ และออกกำลังกายไม่ต้องมาก แบบนี้ร่างกายก็จะรับแคลลอรี่เข้าไปมากกว่าแคลลอรี่ที่ใช้ออกมาครับ ที่เหลือก็จะเก็บอยู่ในตัวนั่นแหละ นานๆ เข้าก็เป็นน้ำหนักส่วนเกินออกมาเอง สุนัขก็หนาขึ้นมาเอง (แต่ไม่ได้บอกนะครับว่าหนาเพราะไขมัน หรือหนาเพราะกล้ามเนื้อ) แต่สิ่งที่เกิดคือ เจ้าของอยากให้สุนัขของตัว ตัวใหญ่ แต่ไม่อยากลงทุนมาก จริงๆ แทนที่จะใช้โครงไก่ที่ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นกระดูกมากกว่าเนื้อหนัง ถ้ามาใช้เป็นอกไก่รวมหนัง (มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นเนื้อ มีไขมันจากหนัง และมีส่วนประกอบเป็นกระดูกนิดหน่อย) แบบนี้ได้คุณค่ามากกว่าเยอะครับ แต่ทำไมคนถึงไม่ใช้ ก็เพราะว่ามันราคาแพง แล้วก็หันไปใช้โครงไก่แทน โดยหวังว่าจะเป็นสุดยอดอาหารที่มาทำให้สุนัขตัวใหญ่


    ผมเองเคยลงสูตรเอาไว้ในบอร์ดเก่า โดยใช้ชื่ออื่น ตอนนี้ก็ขอเอามาลงอีกทีนะครับในชื่อตัวเอง ในสูตรอาจจะดูเว่อร์ๆ และใช้เงินมากหน่อย แต่รับรองว่าถ้าคุณสามารถให้สุนัขของคุณทานได้แบบนี้ จะพันธุกรรมมาแบบไหน ก็หนาทั้งนั้นครับ (แต่อาจกระเป๋าแฟบก่อน)

    สูตรขุนหมา


    วันจันทร์,วันพุธ - ไข่เจียว 6 ฟองใส่น้ำมันข้าวโพด 4 ช้อนโต๊ะ ข้าวกล้อง 3 ถ้วย เนื้อหมูต้ม 5 ขีด ผักกาด 5 ใบ นมวัวรสจืด 2 กล่อง และวิตามินรวม 1 เม็ด เอามาใส่เครื่องแล้วปั่นรวมกัน แบ่งให้กินวันละ 5 มื้อ


    วันอังคาร,วันพฤหัส - นมวัวรสจืด 2 กล่อง ซีเรียล 2 ถ้วย เนื้อวัวดิบ 5 ขีด แครอท 1 หัว ปลาทูน่า 2 กระป๋อง และวิตามินรวม 1 เม็ด ใส่เครื่องแล้วปั่นรวมกัน แบ่งให้กินวันละ 5 มื้อ


    วันศุกร์,วันอาทิตย์ - สันในไก่ หรืออกไก่ไม่ติดกระดูกดิบ 5 ขีด ข้าวโพด 300 กรัม นมวัวรสหวาน 2 กล่อง กล้วยน้ำว้า 3 ลูก และไข่ต้ม 6 ฟอง ใส่เครื่องแล้วปั่นรวมกัน แบ่งให้กินวันละ 5 มื้อ


    วันเสาร์ - อาหารเม็ดสูตรลูกหมา 300 กรัมแช่น้ำให้นิ่ม ผสมกับไข่ดิบ 2 ฟอง และน้ำมันข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ และนมวัวรสจืด 2 กล่อง คนให้เข้ากันแล้วเอาไปเข้าเวฟ 5 นาทีครับ แบ่งให้กินวันละ 5 มื้อ


    ให้ทานวันละ 5 มื้อ (มื้อละ ๑ ส่วนที่แบ่งเอาไว้) ให้ตอน 6 โมงเช้า 10 โมงเช้า บ่าย 2 โมง 6 โมงเย็น และ 4 ทุ่ม


    แต่ถ้าคิดว่าสูตรนี้ไม่คุ้ม แต่อยากได้สุนัขตัวใหญ่ๆ การหาสุนัขพันธุกรรมตัวใหญ่มาเลี้ยงนั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ :015:
  • โธ่ท่านผู้ตรวจการ ผมเดาเอาว่ากว่า 70% ของคนเลี้ยงพิทบูลในบอร์ดนี้ มีภารกิจหลักอื่นอยู่แล้ว
    แต่เลี้ยงพิทบูลเพราะความชอบ และเลี้ยงไว้เพื่อเป็นเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น
    ฉะนั้นเรื่องเวลา สำหรับคนทำงาน โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ มันหายากยิ่งกว่าทอง
    หากวันธรรมดา ใครมีเวลาให้กับหมาตัวเองตอนเช้ากับตอนเย็นทุกวันแค่วันละสิบถึงสิบห้านาที ก็ถือว่ายากแล้ว
    และถ้าตอนเย็นหรือว่าวันหยุดมีโอกาสพาหมาไปเดินเล่นนอกบ้านบ้าง อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ก็ถือว่าเยี่ยมขึ้นไปอีก

    ผมจึงพยายามให้คำแนะนำเพื่อให้ เลี้ยงหมากันอย่าง สบายๆ ด้วยวิธีการง่ายๆ และมีความสุข
    เพราะลำพังแค่ ภารกิจส่วนตัวแต่ละวันก็ยุ่งมากพอแล้ว เวลาว่างที่เหลือก็อยากให้เอาไปหาความสุขอย่างอื่นทำแทน
    เช่น เอาเวลาไปฝึกเรื่องวินัยหรือหากิจกรรมสันทนาการมากกว่า ที่จะต้องมากังวลแค่เรื่องอาหารการกินของหมามัน
    ยิ่งเดียวนี้มีอาหารสำเร็จรูป ให้เลือกอย่างมากมาย และเขาก็ทำมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว จะมาเสียเวลาเตรียมอีกทำไม
    ยกตัวอย่างง่ายๆสำหรับบางคน(โดยเฉพาะผม) ขนาดเวลาเตรียมอาหารตอนเช้าให้ลูกก่อนไปเรียนยังแทบไม่มีเลย
    ถ้าต้องมานั่งเอาใจหมาขนาดนั้น มันคงเลี้ยงด้วยความทุกข์มากกว่าสุขแล้วละท่าน

    และในกระทู้นี้ ผมกำลังพูดถึงลัทธิโครงไก่ ที่ตอนนี้มันชักจะกลายเป็นเมนูหลักสำหรับหมาไปแล้ว
    ไม่ใช่ว่าผมขายอาหารหมาแล้วออกมาต่อต้านนะครับ ผมสงสารหมามัน ที่โดนเจ้าของคาดหวังว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้
    และหวังพึ่งจากอาหารเพียงอย่างเดียว การที่อัดโครงไก่ อัดกล้วยน้ำหว้ากันโครมๆ นะ ก็เป้าหมายเดียวคือ อยากให้หมาตัวใหญ่ จริงหรือเปล่า
    แต่คงหลงลืมความจริงไปว่าโครงไก่ มันเป็นกระดูกมากกว่าเนื้อ ยิ่งถ้าเราทำให้แห้งเอาส่วนที่เป็นน้ำออกแล้ว มันแทบจะเหลือส่วนกระดูกล้วนๆ
    เมื่อกินโครงไก่มากๆ หมามันจะได้แคลเซี่ยมมากเกิน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวสุนัขแน่นอน
    เพราะแคลเซี่ยมมันต้องได้รับในปริมาณที่เป็นสัดส่วนสมดุลย์กับฟอสฟอรัส ร่างกายจึงจะนำไปใช้ประโยชน์ได้
    และปริมาณแคลเซี่ยมที่ร่างกายสามารถรับได้จริงๆต่อวัน มันประมาณ 1-2% ของอาหารที่กินเข้าไปเท่านั้น
    แต่นี่เล่นให้กินกันทุกวันเป็นประจำเป็นอาหารหลักเลย คงไม่ไหว จริงไหมท่าน

    ส่วนกล้วยน้ำหว้าก็เช่นกัน มันเป็นพืช ที่น้ำย่อยในกระเพาะหมาส่วนมากย่อยพืชได้ไม่ดีเท่าย่อยเนื้อ
    เพราะหมาเป็นสัตว์ในตระกูล canine ที่กินเนื้อเป็นอาหารหลัก น้ำย่อยจึงทำหน้าที่ได้ดีเฉพาะกับเนื้อสัตว์
    หากอัดเข้าไปมื้อละสี่ห้าลูกหมามันคงอึดอัดน่าดู เพราะท้องอืด เนื่องจากหมามันไม่เคี้ยวแค่กัดขาดแล้วกลืนเพราะฟันบดไม่มี
    หากจะให้กินจริงๆสามารถทำได้โดยการปั่นละเอียด(Pre-Digest) c]tแค่เพียงครึ่งลูกหมาจะนำประโยชน์ไปใช้ได้มากกว่าด้วย
    ส่วนผักก็เหมือนกัน หากจะให้หมากินต้องเป็นผักสดปั่น หมาจึงจะดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้
    แต่ถ้าต้มให้เละก็จะได้เพียงแค่กากใย ที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายเท่านั้น ส่วนสารอาหารกับไวตามีนไม่เหลือแล้ว
    ส่วนไข่ดิบ ใครให้หมากินก็สูญเปล่า เหมือนเอาเงินขว้างทิ้ง แถมได้โทษกลับมาอีกต่างหาก
    คงสังเกตุนะครับ หมาโดนยาเบื่อ เขาให้กินไข่ดิบ ไปเจือจางพิษ และช่วยให้หมามันก็ดูดซึมยาเข้าไปในกระแสเลือดได้ยากขึ้น

    ถ้าจะพูดถึงเรื่องโภชนาการสำหรับสุนัข ละคงได้พูดกันยาว ผมจึงพยายามเอาวิธีการเลี้ยงแบบง่ายๆ มาให้ใช้กัน อย่างไรละครับ
    เพราะมั่นใจว่าคนอ่านสิ่งที่ผมเขียนเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงเป็นเพื่อน มากกว่ากลุ่มที่เป็นบรีดเดอร์ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้มากพออยู่แล้ว
    เขาจะได้เลี้ยงกันอย่างมีความสุขอย่างแท้จริง ส่วนพวกที่นอกเหนือไปจากกลุ่มนี้ ก็คงต้องแล้วแต่ความสะดวกและประสบการณ์ของแต่ละคน
    ผมคงไม่บังอาจไปสอนหรือแนะนำ คนที่เก่งหรือเชี่ยวชาญอยู่แล้ว และก็มั่นใจว่าคนที่เก่งแล้วไม่อ่านสิ่งที่ผมเขียนแน่นอน

    ผมเชื่อว่า หากคิดจะเป็นมืออาชีพแล้วมานั่งตั้งคำถามตามบอร์ด มันคงไม่มีวันประสบความสำเร็จหรอกครับ ทำไปก็ล้มเหลวเสียเวลาเปล่าๆ
    เพราะมืออาชีพ มันต้อง ลงทุน ลงแรง ลงเวลา บวกกับศึกษาหาความรู้จากตำหรับตำรา มากกว่ามาเรียนรู้จากเว็บบอร์ด จึงจะสำเร็จ
    ปัจจุบันผมยังเห็นคนที่ทำตัวเป็นบรีดเดอร์หลายท่านที่ยังอาศัยแหล่งความรู้จากการอ่านตามบอร์ดอย่างเดียวอยู่เลย จริงไหมละท่าน???

    วันนี้ง่วงแล้ว ขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะท่าน
    หวังว่าโอกาสหน้าจะมีโอกาสได้เสวนากับท่านอีกนะครับ
    :005::005::005::005::005: