ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจรับพิทบูลเข้ามาบ้าน ตอนที่ 2

ผมขอแนะนำนะครับ สำหรับท่านที่กำลังมองหาลูกสุนัขพิทบูลมาเลี้ยงสักตัว ท่านลองทดสอบง่ายๆ ว่าเจ้าของเขาสามารถสั่ง หรือโชว์ความสามารถเบื้องต้น ของสุนัขของเขาให้เราดูได้หรือไม่ ตัวอย่างง่ายๆ เช่นเวลาเราเดินเข้าไปในบ้านเขา แล้วสุนัขเห่า เขาสามารถสั่งให้สุนัขหยุดเห่าได้หรือไม่ เขาสามารถให้เราเล่นกับสุนัขของเขาได้หรือไม่ เขาสามารถใช้คำสั่งง่ายๆ เช่น ชิด นั่ง หมอบ คอย มาหา และหยุด ได้หรือไม่ แค่บททดสอบง่ายๆแค่นี้ ผมว่ามีผู้เพาะพันธ์สุนัขขายหลายท่านก็สอบไม่ผ่านแล้วครับ ผมไม่สนับสนุนให้มีการเพาะพันธ์พิทบูลมาขายแบบเป็นงานอดิเรก ผู้เพาะพันธ์พิทบูล ควรมีความรู้ความเข้าใจในสายพันธ์จริงๆ เขาจะได้แนะนำวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องแก่ผู้ซื้อได้ ไม่ใช่ทำตนเป็นแค่โรงงานผลิตลูกหมาเพียงอย่างเดียว

ตอนนี้ผมเจอคนโทรมาปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาในการเลี้ยงแบบแปลกๆ มากขึ้น ทั้งที่คำถามเหล่านั้นเป็นคำถามแบบพื้นๆที่เจ้าของคอกสุนัขควรรู้ ผมถามว่าทำไมไม่ไปถามจากคอกที่ซื้อมาละ เขาตอบว่าถามแล้วแต่ไม่เข้าใจ หรือว่าคนขายก็ไม่สามารถอธิบายได้  เจอแบบนี้ก็เซ็งเลยครับ ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้ต้องการต่อต้านผู้เพาะสุนัขขายนะครับ แต่มันจะเป็นการปกป้องผู้ทำอาชีพเพาะหมาขายที่มีความรับผิดชอบมากกว่า อาชีพเพาะหมาขายผมถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติอีกอาชีพหนึ่ง แต่คนขายต้องมีจรรยบรรณและทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ดีกว่าพวกโกงบ้านกินเมืองเยอะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะบอกว่าเราเลี้ยงเพื่อไว้ขาย และมันดีกว่าพวกบอกว่าเลี้ยงเพราะรักแต่ปั๊มออกมาขายจนแทบไม่มีการเว้นวรรค ผมมีเพื่อนท่านหนึ่ง สนิทกันมากเขาทำอาชีพขายสุนัข และทำอย่างจริงจังและผมก็ชื่นชมกับคนแบบนี้เสียด้วย เขาขายในประเทศแต่ละตัวราคาเป็นแสน และยังสามารถส่งสุนัขออกไปต่างประเทศอีก แต่ละปีทำเงินเข้าประเทศเราอย่างมากมาย ผมอยากสนับสนุนคนแบบนี้มากกว่าครับ ส่วนพวกที่บอกว่าเพาะออกมาเล่นๆ หรือเพาะมาแจกโดนผมด่ากระจายไปหลายคนแล้ว เพราะคนพวกนี้นี่ละ ที่จะทำให้พิทบูลโดนห้ามเลี้ยงในเมืองไทย

ฉบับนี้ก็ขอถือเป็นการเริ่มต้นแนะนำเริ่มต้น และฉบับต่อๆไป ผมก็จะพยายามให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับความเป็นมา แก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับสุนัขสายพันธ์นี้มากขึ้นอีก เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และขอยืนยันว่าผมไม่ได้มีผลประโยชน์อันใด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพาะพันธ์หรือขายลูกสุนัขสายพันธ์นี้อย่างแน่นอน ที่เขียนก็เพราะความเป็นห่วง อยากร่วมให้ความรู้ความเข้าใจ ผมเลี้ยงมานาน มีความชอบในสายพันธ์อย่างแท้จริง ชอบตรงคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และผมอยากอนุรักษ์ให้สุนัขสายพันธ์นี้อยู่คู่เมืองไทยไปอีกนานแสนนานครับ

สุนัขพันธ์พิทบูล มีหลากหลายแบบหลายสไตล์จนคนเข้ามาเล่นใหม่ๆ แยกไม่ออก ซึ่งที่จริงแล้วก็มีจุดกำเนิดมาจากสุนัขสายพันธืเดียวกันมาก่อน เพียงแต่แตกต่างในวัตถประสงค์และเป้าหมายทางการใช้งานเท่านั้น ที่คนงงก็คงเพราะเดี๋ยวนี้สุนัขชื่อเรียกอย่างเดียวกันแต่ทำไมมีหน้าตาแตกต่างกันจนเป็นเหมือนสุนัขคนละพันธ์เช่นนี้  ผมก็ขอสรุปออกตามความนิยมให้เข้าใจง่ายๆ เป็นสามแบบสามสไตล์หลักๆ ดังนี้

  1. แบบดั้งเดิม คือเป็นพิทบูลที่คงลักษณะพิเศษประจำสายพันธ์ไว้มากที่สุด จะเรียกว่าเป็นแบบใช้งานก็คงได้ ลักษณะที่สำคัญเด่นชัด คือ เน้นที่ประโยชน์ในการใช้งาน รูปร่างไม่ใช่สาระสำคัญ โครงสร้างอาจจะสะโอดสะอง ความสูงยาว สมส่วนสวยงามแบบนักกีฬา พร้อมมีความกล้าหาญ มุ่งมั่น คล่องแคล่วว่องไว ทรหดอดทน และไม่เหนื่อยง่าย บางตัวยังมีความเป็นนักฆ่าสูงมาก สามารถสังหารสุนัขพันธ์อื่นให้ตายได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
  2. แบบประกวด สุนัขในแบบนี้ ก็คือการนำสุนัขในแบบแรกมาพัฒนาต่อ จะด้วยเหตุผลประการด็ตาม โดยลดลักษณะความก้าวร้าวลง เพิ่มความนิ่งมากขึ้น  และพัฒนาโครงสร้างให้ดึงดูดตา ด้วยการเพิ่มมิติความกว้างและหนาของร่างกาย และเอามาประกวดประชัน เน้นที่โครงสร้างสมส่วนสวยงาม โดยที่ความสามารถทางการใช้งาน ยังหลงเหลืออยู่ แต่อาจจะไม่เท่าแบบแรก สามารถเลี้ยงไว้ ใช้งานและประกวดไปในตัว
  3. แบบบูลลี่ สุนัขในแบบนี้ ถือว่ากำลังมาแรงมากที่สุด เป็นการนำสุนัขในแบบที่สองมาพัฒนาต่อ โดยเน้นที่โครงสร้างที่กว้างหนาแบบสุดๆ มองดูเตี้ยล่ำ แบบโอเว่อร์ สุนัขในแบบนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือความสะดุดตาในโครงสร้างที่กว้างของช่วงอก ที่เวลาพาออกไปเดินโชว์คนที่พบเห็นอาจตกตะลึ่งในความอลังการณ์ของโครงสร้างของร่างกาย แต่อาจจะไม่เหมาะกับการใช้งาน เนื่องจากเหนื่อยง่าย ไม่ทนกับสภาพอากาศร้อน

และที่กล้าเขียนแบบนี้ ก็ต้องออกตัวก่อนว่าเป็นการทึกทักสรุปเอาด้วยตัวเอง จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับสุนัขสายพันธ์นี้มานาน ซึ่งอาจจะมีคนค้านหรือไม่เห็นด้วย แต่ผมจะไม่สนใจ เพราะถือว่าเขียนขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่สนใจและเป็นมือใหม่ จะได้สามารถแยกแยะและเข้าใจเกี่ยวกับสุนัขสายพันธ์นี้ได้แบบง่ายๆ เท่านั้น  เพราะบางท่านโทรมาปรึกษา หากผมงานยุ่งก็คงไม่มีเวลาอธิบาย แต่เชื่อว่าอ่านบทความผมตอนนี้ก็น่าจะพอเขาได้ใจได้ไม่ยาก ฉบับต่อๆไปคงจะเป็นเรื่องของการเลี้ยงดู แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ใช่นักวิชาการ บทความผมเขียนจากประสบการณ์ ที่อ่านเล่นเพื่อความสนุกแต่แฝงข้อคิดที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ไม่ใช่ทฤษฎีจ๋าจนอ่านแล้วเข้าใจยากปฏิบัติตามก็ไม่ได้ หากใครจะมาเรียกร้องแหล่งอ้างอิงของข้อมูล ผมคงต้องขอความกรุณาช่วยไปให้ไกลๆ จากชีวิตผมหน่อย ผมไม่มีให้หรอกครับ  เพราะผมกำลังพูดถึงหมานอกทฤษฏี หมานอกตำราสายพันธ์ใต้ดิน ที่ชื่อว่า อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย  ครับผม แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ

06. January 2012 by mark
Categories: บทความ | 8 comments