ต้นกำเนิดพิตบูล: ย้อนรอยประวัติศาสตร์จากสุนัขนักสู้สู่เพื่อนคู่ใจ

โดย Pitbull Zone UPDATE 26-2-2569

ต้นกำเนิดพิตบูล: ย้อนรอยประวัติศาสตร์จากสุนัขนักสู้สู่เพื่อนคู่ใจ

บทนำ: ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ "พิตบูล"

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ "พิตบูล" (Pit Bull) หลายคนอาจภาพจำของสุนัขที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัด พละกำลังมหาศาล และมีนิสัยดุดัน แต่แท้จริงแล้ว "พิตบูล" ไม่ใช่ชื่อของสุนัขสายพันธุ์เดี่ยวๆ แต่เป็นคำเรียกรวมๆ (Umbrella term) ของกลุ่มสุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างบูลด็อก (Bulldog) และเทอร์เรียร์ (Terrier) โดยสายพันธุ์หลักๆ ที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ อเมริกันพิตบูลเทอร์เรียร์ (American Pit Bull Terrier), อเมริกันสแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรียร์ (American Staffordshire Terrier) และ สแตฟฟอร์ดเชียร์บูลเทอร์เรียร์ (Staffordshire Bull Terrier)

ยุคเริ่มต้นในสหราชอาณาจักร: กีฬาสู้วัวและจุดกำเนิดนักสู้

ประวัติศาสตร์ของพิตบูลเริ่มต้นขึ้นในสหราชอาณาจักรช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ในยุคนั้น กีฬา "Bull-baiting" หรือการปล่อยให้สุนัขต่อสู้กับวัวกระทิงหรือหมีกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก สุนัขที่ใช้ในกีฬานี้คือ "โอลด์อิงลิชบูลด็อก" (Old English Bulldog) ซึ่งมีร่างกายกำยำและกรามที่ทรงพลัง แต่เมื่อรัฐบาลอังกฤษออกกฎหมายห้ามการทารุณกรรมสัตว์ในปี ค.ศ. 1835 กีฬานี้จึงถูกสั่งแบนและถูกผลักดันลงสู่ใต้ดิน

นักพนันและผู้เพาะพันธุ์สุนัขในยุคนั้นจึงหันมาจัดการแข่งขัน "Dog fighting" หรือการนำสุนัขมาสู้กันเองในหลุมสังเวียน (Pit) แทน เพื่อให้สุนัขมีความคล่องแคล่วและปราดเปรียวมากขึ้น พวกเขาจึงนำบูลด็อกไปผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขกลุ่มเทอร์เรียร์ เกิดเป็นสุนัขสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า "บูลแอนด์เทอร์เรียร์" (Bull and Terrier) ซึ่งผสมผสานความแข็งแกร่งของบูลด็อกเข้ากับความดุดันและว่องไวของเทอร์เรียร์ และนี่คือบรรพบุรุษที่แท้จริงของพิตบูล

การเดินทางสู่อเมริกา: สุนัขสารพัดประโยชน์ของครอบครัว

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ผู้อพยพชาวอังกฤษ ไอร์แลนด์ และสกอตแลนด์ ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรมายังสหรัฐอเมริกา พร้อมกับนำสุนัขบูลแอนด์เทอร์เรียร์เหล่านี้ติดตัวมาด้วย เมื่อมาถึงอเมริกา บทบาทของสุนัขเหล่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

  • สุนัขใช้งานในฟาร์ม: ด้วยความฉลาดและร่างกายที่แข็งแรงทนทาน พวกมันถูกนำมาใช้งานในฟาร์มเพื่อต้อนฝูงสัตว์ ล่าสัตว์ป่า และปกป้องทรัพย์สินจากผู้บุกรุก
  • สุนัขพี่เลี้ยง (Nanny Dog): พิตบูลในยุคนั้นขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ อ่อนโยน และรักเด็กเป็นอย่างมาก จนได้รับฉายาว่าเป็น "สุนัขพี่เลี้ยง" ซึ่งคอยดูแลความปลอดภัยและเป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ ในครอบครัว
  • สัญลักษณ์ของชาติ: ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ภาพของพิตบูลถูกนำมาใช้ในโปสเตอร์รณรงค์ของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของความกล้าหาญ ความไม่ย่อท้อ และความจงรักภักดีต่อชาติ

การขึ้นทะเบียนและวิวัฒนาการในยุคปัจจุบัน

ในปี ค.ศ. 1898 United Kennel Club (UKC) ได้ก่อตั้งขึ้นและทำการรับรองสายพันธุ์ "อเมริกันพิตบูลเทอร์เรียร์" (American Pit Bull Terrier) เป็นสายพันธุ์แรก อย่างไรก็ตาม สมาคม American Kennel Club (AKC) ซึ่งต้องการสร้างระยะห่างระหว่างสุนัขสายพันธุ์นี้กับอดีตอันดำมืดที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ได้ทำการรับรองสายพันธุ์นี้ในปี ค.ศ. 1936 ภายใต้ชื่อใหม่ว่า "สแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรียร์" (Staffordshire Terrier) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "อเมริกันสแตฟฟอร์ดเชียร์เทอร์เรียร์" (American Staffordshire Terrier) ในเวลาต่อมา เพื่อแยกให้ชัดเจนจากสแตฟฟอร์ดเชียร์บูลเทอร์เรียร์ของฝั่งอังกฤษ

บทสรุป: ก้าวข้ามอดีตสู่การเป็นเพื่อนคู่ใจที่แสนดี

แม้ว่าต้นกำเนิดของพิตบูลจะเกิดจากการเพาะพันธุ์เพื่อการต่อสู้ในอดีต แต่ในปัจจุบันพวกมันได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าเป็นสุนัขที่มีจิตใจอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และเป็นมิตรกับมนุษย์ การที่พิตบูลจะมีนิสัยอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูเป็นสำคัญ หากได้รับการฝึกฝน เข้าสังคมอย่างเหมาะสม และเลี้ยงดูอย่างถูกวิธีด้วยความรักความเข้าใจ พิตบูลก็คือสุนัขคู่ใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก

สาระน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง