ยินดีต้อนรับครับ

ขอแนะนำให้ทุกท่าน สมัครสมาชิก เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อครับ

Mark Mafia

ประสบการณ์จริงของการเลี้ยงหลายตัว
  • ก่อนอืนต้องสวัสดีทุกท่านด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในบอร์ดหรือไม่

    ขอระบายความรู้สึกในใจค่ะ....

    ขอแนะนำตัวเองก่อนค่ะ ชื่อนูนู่นะคะ เพิ่งจะสมัครเป็นสมาชิกเมื่อประมาณชั่วโมงที่ผ่านมา เนื่องจากว่า วันสองวันนี้เกิดความเครียดจนนอนไม่หลับ จริงๆเครียดสะสมมานานแล้ว แต่มันเริ่มจะมากเมื่อวันสองวันนี้ ไม่ได้เกิดจากอะไร จากลูกชายสี่ขาของเราเองนี่แหละค่ะ รักมาก ก็เครียดมาก มีรักที่ไหน มีทุกข์ที่นั่น

    เครียดจนนอนไม่หลับมาจนให้ต้องมานั่งหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แล้วก็เจอเวปนี้..ที่พึ่งทางใจ

    ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาไม่ได้ต้องการอะไรหรอกนะคะ เดี๋ยวทุกท่านจะหาว่า ก็ก่อนซื้อไม่มาศึกษาสายพันธุ์ให้ดีก่อนเองแล้วมาถึงตอนนี้จะมาคร่ำครวญอะไรทำไม ขอรับความผิดนี้ไว้ด้วยกับตัวแต่เพียงผู้เดียวค่ะ

    ขอแนะนำลูกชายก่อนนะคะ ลูกชายคนโต ชื่อชิลชิล อเมริกันพิทบูล ตอนนี้อายุสองปีกว่าค่ะ แล้วเมื่อประมาณแปดเดือนก่อน ก็ได้ลูกชายเพิ่มอีกตัว เป็นสุนัขพันธุ์สปริทสีขาว ชื่อฟลุคกี้ เนื่องจากว่ารุ่นน้องที่ทำงานเค้าจะนำไปปล่อยเพราะมันดื้อและซนมาก แล้วเป็นโรคผิวหนังค่อนข้างรุนแรงค่ะ เกิดสงสารเลยขอเค้ามาเลี้ยง รักษาอย่างดี ดูแลอย่างดี ฟลุคกี้อายุขวบกว่าๆแล้วนะคะ ปัจจุบันหล่อเอาการทีเดียวค่ะ (แต่ขาแอบเดี้ยงเพราะลูกชิลชิล) จนมาลูกชายคนล่าสุด ลูกบูบี้เป็นสุนัขพันชิสุห์ผสมๆอะไรไม่รุ้ดูงงๆ ที่ไม่ทราบประวัติเค้าเพราะว่าไปเก็บมาจากข้างถนนค่ะ เหตุเกิดประมาณเที่ยงคืนกว่าๆเพิ่งเลิกงาน (ทำงานที่โรงแรมแอร์พอร์ตนะคะ งานกะค่ะเลิกไม่เป็นเวลา) ขณะกำลังขับรถกลับบ้านและกำลังเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน เห็นก้อนขาวๆกลิ้งๆมาเลยชะลอรถดู ปรากฏว่าเป้นหมาน้อย เลยลงไปดูด้วยความเป้นห่วงเพราะว่าตรงนั้นเป้นถนนใหญ่และมืด กลัวเค้าจะโดนรถทับ ลงไปดูก็เห็นเค้ามอมแมมมากๆ ตามตัวมีรอยโดนกัดเล็กน้อย แล้วเค้าก็เชื่องด้วย เดินมาดมๆด้อมๆเมียงๆมองๆ เล่นกะเค้าแป็บนึงเค้าก็หันหลังให้แล้ววิ่งต่อจะวิ่งไม่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า ในใจกลัวรถทับเค้า แล้วความเป้นไปได้ว่าเค้าจะโดนปล่อย หรือพลัดหลงนั้นสูงมากๆ ยืนดูเค้าวิ่งไกลออกไปๆ แต่ไม่ทันไรมารู้สึกตัวอีกที ก็วิ่งตามเค้าไปแล้ว อุ้มเค้าขึ้นรถเอากลับบ้านด้วยกันค่ะ เลยได้รับอุปการะลูกชายคนสุดท้องอีกคน ให้ชื่อบูบี้เลย อิอิ ออ บูบี้นี่ ได้มาในคืนวันเกิดด้วยนะคะ เหมือนเป็นของขวัญ เค้าอยุ่มาได้ประมาณห้าเดือนแล้วนะคะ

    ทุกครั้งที่ไม่ว่าฟลุคกี้หรือบูบี้เข้าบ้านเราครั้งแรก ชิลชิลจะมีอาการตื่นเต้น เห่า จะพุ่งเข้าหา แต่เราก็ไม่เคยวางใจด้วยเพราะรูปร่างของชิลชิล และเราเลี้ยงเค้ามาคนเดียวตลอด และเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยที่ได้มาใหม่ด้วย เลยไม่เคยจะปล่อยให้เค้าได้ทำความรู้จักกันเองก่อน เราจะนำสมาชิกใหม่ไปไว้ในบ้านก่อน และจะให้นอนในห้องนอนเรา พอผ่านไปวันสองวันจะเริ่มให้เค้ารู้จักกันโดยที่ให้สมาชิกใหม่ อยู่ที่ห้องซักผ้าซึ่งมีลูกกรงตรงหลังบ้าน ติดกับห้องครัว พอเห็นว่าเค้าเริ่มจะชินกันจึงเริ่มปล่อยออกไป และทุกครั้งก็ผ่านพ้นไปด้วยดีทั้งคราวฟลุคกี้และบูบี้
  • สามคนนั้นอยู่ด้วยกันสงบดี จะมีทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆบ้างก้เท่านั้น

    บูบี้ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะนิสัยเค้าจะไม่ค่อยสุงสิง ชอบนอนตากอากาศ ไม่ค่อยสนใจเล่นกะชิลชิลและฟลุคกี้เท่าไหร่ ชอบอยู่ในบ้านกะเรามากกว่า ด้วยเพระเค้าตัวเล็กด้วย เราก็ให้เค้าอยู่ในบ้านแทบจะตลอด นอนด้วยกันในห้อง แต่ตอนเช้า และกลางวันเค้าจะอยุ่ข้างนอก เดินเล่นตามใจ ไม่สนใจชิลชิลเท่าไหร่ ชิลชิลก็ไม่สนใจเค้าเช่นกัน คือต่างคนต่างอยู่

    ส่วนฟลุกกี้มีนิสัยขี้เล่นมากๆ มากเสียจนบางครั้งก็น่ารำคาญ ชอบไปกระโดนคร่อม บางทีก็กระโดดตบหัวชิลชิลด้วย บางครั้งชิลชิลโมโหหงุดหงิดก็ไล่งับ แต่ไม่เคยได้มีเหตุเลือดตกยางออกเลยจนไม่นานนี้

    เมื่อเดือนก่อน เกิดเหตุการณ์ผิดคิว ชิลชิลกระโดดใส่ฟลุคกี้แล้วกัดแบบเอาเป็นเอาตาย น้ำเสียงไม่เหมือนทุกครั้ง ฟลุคกี้ก็ร้องโหยหวน พอเราได้ยินเราก็รีบวิ่งออกมาดู เพราะตอนนั้นเราไม่ได้อยุ่ในเหตุการณ์ คนที่บ้านที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ชิลชิลพุ่งใส่ฟลุคกี้เองเลย แล้วฟลุคกี้ตกใจเพราะนั่งเหม่ออยู่ เลยหันไปกัด ชิลชิลก็เลยกัดตอบอย่างแรง พวกเราตกใจกันมาก ช่วยกันเข้าไปจับแยก แต่ชิลชิลลากฟลุคกี้หนีรอบบ้าน สภาพเหมือนลากตุ๊กตาตัวหนึ่ง ฟลุคกี้นอนหงายท้องโดนลากไปมารอบบ้าน ร้องเสียงโหยหวย พวกเราช่วยกันดักหน้าดักหลัง ไปจับมาจนได้ ช่วยกันจับแยกชิลชิลออกไป ฟลุคกี้ขาฉีก เนื้อฉีกออกมาเป้นแผ่นๆ หูฉีก ต้องพาไปเย็บ น่าสงสารมากๆ ส่วนชิลชิล มีแผลตามใบหน้าเล็กน้อย เหตุการณนั้นทำเราเครียดมากๆ สงสารฟลุคกี้และเราก็สงสารชิลชิลด้วย เพราะหน้าชิลชิลก็เป้นแผลเหมือนกัน เราจับฟลุคกี้แยกมาจนถึงปัจจุบัน แยกในที่นี้หมายถึงให้เค้าอยุ่ห้องซักผ้าเหมือนเดิม มีลูกกรงกั้นเค้ากับชิลชิล เวลาเช้าและเย็นจะปล่อยเค้าออกมาฉี่มาอึบ้าง เวลาปล่อยเค้าก็จะล่ามชิลชิลไว้ ชิลชิลก็เฉยๆ นอนมั่งนั่งมั่ง มองฟลุคกี้เดินไปมา บางทีฟลุคก็เดินเข้าไปหา ถ้าเดินไปหาเฉยๆมันก็ไม่มีอะไรแต่ฟลุคนิสัยขี้เล่นเอามากๆ บางทีชอบไปกระโดดคร่อม ไปตบหัวชิลชิล เห้นท่าไม่ดีเราก้จะจับแยกเอาฟลุคเข้าห้องเป้นแบบนี้เรื่อยมา เราแยกบ้างปล่อยบ้าง จนปล่อยเลย และเค้าก็อยุ่กันได้เหมือนเมื่อก่อนไม่ค่อยทะเลาะกัน แต่ต้องบอกก่อนว่า เราเลี้ยงสุนัขมาไม่เคยจะปล่อยปะละเลย อยู่ในสายตาทุกตัว เราเอาใจใส่มากๆ

    เหตุการณล่าสุดเกิดเมื่อคืนวันที่สิบสองเดือนนี้ เรากลับจากเชี้ยงใหม่ถึงบ้านประมาณห้าทุ่ม พอขับรถมาจอดหน้ารั้งบ้าน ก็เห็นเจ้าสองตัววิ่งมารับ ทันทีที่เดินลงจากรถและเค้าเห็นพวกเรา เค้าก็เห่าและกระโดดๆด้วยความดีใจทั้งคู่ แต่ทันทีที่เราไปถึงประตูและกำลังเปิดลูกกุญแจ เค้าก็แย่งกันจะเข้ามาหาพวกเรา จนเกิดทะเลาะกันอีก พวกเรารีบช่วยกันไขกุญแจเข้าไปอย่างเร็วและตกใจ ชิลชิลก็เหมือนเดิม ด้วยพละกำลังของชิลชิล ทำให้ฟลุคกี้ต้องลงไปนอนร้องโหยหวนอีกทีนี้งับค้างอีกขา ครบสองข้างพอดี เชื่อแล้วว่าพิทบูลเวลากัดแล้วไม่ปล่อยเลยจริงๆ เราช่วยกันจับแยก แล้วทุกอย่างก็นับหนึ่งใหม่เหมือนเดิม เหมือนเหตุการณรอบแรก พวกเราทุกข์ใจกันมาก ชิลชิลเป็นหมานิสัยดี ขี้อ้อนไม่ใช่หมาเลว....เราไม่รู้จะบรรยายยังไงนะ แต่เค้าไม่ใช่หมาเลวจริงๆT.T

    เราก็พาฟลุคไปหาหมอ ขาฉีกเหมือนเคย ก็รักษากันไป ทุกวันนี้ก็ปล่อยเค้าเจอกันบ้าง พอถึงเวลาก็แยกเค้า เพื่อไม่ให้ชิลชิลรำคาณฟลุคแล้วหงุดหงิดอีก แต่จริงๆเค้าอยู่ด้วยกันได้แน่ๆเรามั่นใจ แต่เพราะนิสัยของฟลุคกี้นี่แหละที่เป้นปัญหา เพระฟลุคชอบเหลือเกินที่จะเล่นกับชิลชิล ชอบไปคลอเคลียไปอ้อล้อไปวอแวกระโดเข้าหา ชิลชิลคงจะรำคาญเอามากๆ พวกเราคุยกันว่า เดี๋ยวรอเค้าแข็งแรงกว่านี้ จะเอาไปทำหมัน เผื่อเค้าจะนิ่งขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราคิดกัน จะเป็นตามนั้นหรือเปล่าไม่รู้...ชิลชิลทำหมันแล้วเรียบร้อยนะคะ
  • มันไม่จบแค่นั้น เมื่อวานนี้เองสดๆร้อนๆ ขณะที่แฟนกำลังล้างรถ เปิดประตูทิ้งไว้ ทุกครั้งที่เปิดประตูจะต้องล่ามชิลชิลไว้ ส่วนเราทำอาหารในครั้ว จู่ๆได้ยินเสียงสุนัขเห่าทั่วซอย เสียงดังโหวกเหวกมาก เสียงเหมือนกัดกัน ร้องโหยหวย และเสียงสุนัขเห่าเชียร์ เราก็คิดว่าเป้นสุนัขในหมู่บ้าน เนื่องจากหมู่บ้านมีสุนัขจรจัดเยอะ และคนในหมุ่บ้านเค้าก้อเลี้ยงให้อาหารมัน คิดว่ามันกัดกันเอง แต่เสียงมันดังขึ้นเรื่อยๆและไม่มีทีท่าจะว่าหยุด แถมเสียงตัวที่คาดว่าน่าจะโดนกัดกลับดังขึ้นและดูน่ากลัว เราเลยตะโกนเรียกแฟน เพื่อจะบอกให้เค้าไปดูและไปช่วยจับมันแยกที ตะโกนยังไงเค้าก็ไม่ตอบจนเราโมโห เลยเดินออกมาดู พอเปิดประตูออกมาเห้นรถจอด ไร้เงาแฟนเราเราก็ใจไม่ดี ตะโกนเรียกก็ไม่ตอบมองไปรอบๆไม่เห้นใคร ตากวาดไปเจอสายเชือกที่ไว้ล่ามชิลชิลเป็นประจำ สายนั้นขาด.....เป็นรอยกัดขาดผูกติดไว้กับประตูเหล็กดัด.....เราใจหายวาบหัวใจเต้นรัว ไม่คิดอะไรทิ้งบ้านและวิ่งใส่เกียร์ตีนผีไปที่ซอยสี่ต้นเสียงทันที บ้านเราซอยสาม...พอวิ่งเข้าซอยสี่ สิ่งที่เห้นคือ แฟนเรายืนตัวเกร็งมือนึงถือท่อน้ำพีวีซีสีฟ้างัดปากชิลชิล ในปากชิลชิลคือท่อนขาของหมาอีกตัว ที่เป้นหมาจรจัดตัวเท่ากันแต่อายุมันน่าจะเยอะกว่าสภาพเลือดโชก ส่วนเจ้าตัวนั้นมันก้อร้องสลับกับหันมากัดหน้ากัดคอชิลชิลเพราะชิลชิลกัดขามันค้างอยู่ กัดแบบ....ล็อคจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลย....แฟนเรายืนหน้าซ๊ด เราก็ไม่รู้จะทำยังไงวิ่งเข้าไปพยายามจะช่วยง้างปากชิลชิลตอนนั้นไม่คิดไรแล้ว แต่แฟนก็ตะโกนว่าอย่าเพราะมันอันตราย เรานึกขึ้นได้ว่าควรจะหาผ้าหนาๆหรือกระสอบหรืออะไรก็ได้ มาจับตัที่โดนกัดไว้ไม่ให้กัดชิลชิลแล้วให้แฟนงัดปากชิลๆเพราะใจกลัวมันจะสะบัด ถ้าสะบัดเจ้าตัวโชคร้ายต้องเนื้อฉีกแน่ๆ เราเลยวิ่งไปกดออดทุกบ้าน วิ่งตะโกนขอความช่วยเหลือ เชื่อไหมว่าไม่มีบ้านไหนเปิดเลย เราไม่รู้หรอกนะว่ามีคนอยู่หรือไม่แต่เราว่ามันต้องคนสักบ้านแหละ แต่ก็เข้าใจนะเขาคงกลัวเราก็แค่หวังว่าจะมีสักบ้าน โยนผ้าเช็ดเท้าหนาๆหรือผ้าขี้ริ้วมาช่วยเราเท่านั้นแหละ พอเห็นทุกบ้านปิดเงียบ เราไม่รู้จะทำไงเลยวิ่งมาหน้าซอยสี่โบกมือเรียกรถที่ขับผ่านก็ไม่มีใครกล้าช่วยอีก หันไปอีกที แฟนเรางัดปากชิลชิลสำเร็จ เจ้าตัวนั้นหลุดจากเขียวรีบวิ่งหนีทันที ตัวก็ชุ่มเลือดร้องครางน่าสงสารมาก

    พวกเราช่วยกันลากชิลชิลกลับบ้าน เอาน้ำล้างตัวเค้าแล้วปลอบให้เค้าสงบ ใบหน้าเค้าเหวอะมากๆ หน้าเป็นรูเต็มไปหมด มีเลือดหยดออกมาตลอด ปากฉีกด้วย เค้าน่าสงสารมากๆ....เราร้องไห้เลย ต้องบอกก่อนว่า เราได้ชิลชิลมาจากจตุจัก เราคิดว่าเค้าเป็นอเมริกันพิบุลที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่หรอกเพราะเค้าไม่ได้หล่อล่ำตามสายพันธุ์เหมือนที่เหนในรูปเลย ถ้าเทียบแล้วตัวเค้าออกจะบางด้วยซ้ำ แต่แรงเค้าเยอะจริงๆ พอเค้าเย็นลง เค้าน่าสงสารมาก

    ถึงสายตาคนอื่นจะด่าเค้าหรือจะมองว่าเค้าเป็นไอ้หมาโหดหรือว่ายังไง เค้าก็คือลูกชิลชิลของเรา เค้าไม่ใช่หมาโหด เค้าแค่เป็นไปตามนิสัยตามสายพันธุ์เค้า เราก็ไม่อยู่ในเหตูการณ์ตอนแรกเราไม่รู้มันเป้นมายังไง แต่แฟนเราบอกว่า พอชิลชิลหลุดเค้าก็วิ่งตามไป เห้นชิลชิลวิ่งไปหาหมาตัวนั้น แล้วตัวนั้นกขู่เค้ากลับมา เลยเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น

    หลังจากพวกเราล้างตัว เช็ดตัวชิลๆและเค้าเย้นลงแล้ว พวกเราก็ล่ามเค้าไว้ด้วยเชือกล่ามอันใหม่ที่หนามากๆ แล้วปิดบ้านและพวกเราก็ออกเดินตามหาเจ้าหมาตัวนั้น เพื่อที่จะดูว่าเค้าเป็นยังไงมั่งจะพาไปรักษา ชาวบ้านในหมู่บ้านก็ช่ยกันหา เพราะเค้าก็เห็นมันวิ่งเลือดโชกรอบหมู่บ้นน่าสงสาร มีป้าคนหนึ่งในหมู่บ้านก็รู้จักกันดี ป้าเค้ารักหมาเลี้ยงไว้หลายตัว เค้าเดินถือถุงยามีพวกอุปการณทำแผล เค้าออกหามันเหมือนกัน ไปเจอมันมุดเข้าบ้านนึงไป และไม่ยอมออกมาให้พวกเราช่วยทำแผล ป้าแกก็พูดอยู่ได้ ว่าสงสารมันดูสิอย่างู้นอย่างนี้ สายตาและน้ำเสียงเหมือนจะโทษลูกของเรา เหมือนจะว่าลูกของเรา ไม่รู้สินะเราอาจจะบ้าคิดไปเองแต่เราไม่พอใจเลย หมามันจะกัดกันจะให้ทำยังไง แล้วเราก็ไม่เคยอยากให้มันเกิดขึ้น เราก็บอกเนี่ยเราก็มาดูว่าเราจะเอามันไปรักษาหรือทำยังไงดี เค้าพูดเหมือนพวกเราผิดเอามากๆ ..... พูดและทำหน้าทำเสียงจนเราไม่พอใจและทนไม่ไหว ไม่อยากเสียมารยาทกับคนอายุกกว่าและไม่อยากเสียเพื่อนบ้านแต่ก็ไม่อยากฝืนใจตัวเองทนนั่งฟัง บอกป้าเค้าว่า หมาของหนูก็หนักนะคะ เลือดเต็มตัวเหมือนกัน แ ล้วเดินกลับบ้านไปดูลูกของเรา ฝากแฟนให้ช่วยดูทางนั้น

    เรากลับมาดูลูกเรา น่างสารไม่รู้จะว่ายังไง อากบอกว่า ไม่มีใครเข้าใจนิสัยของลูกเราดีหรอกว่าเค้าเป็นยังไง จริงๆชิลชิลไม่ใช่หมาดุโหดร้ายเลยจริงๆ แต่ด้วยสายตาคนอื่น เค้าไม่ได้เลี้ยงชิลชิลมาเค้าอาจจะไม่เข้าใจ มองว่าหมาเราดุร้ายโหดเหี้ยม ชิลชิลไม่เคยขู่ใครเลย กัดคนไม่เคย เพื่อนฝูงแปลกหน้าและหน้าแปลกมาเที่ยวเล่น ทั้งขาประจำและขาจรมากายมาที่บ้าน ไม่เคยมีสักครั้งที่ชิลชิลจะเห่าขู่ใส่ แต่เราก็เข้าใจนะว่า หมายังไงมันก็คือหมา ออกนอกบ้านไปเจอหมาด้วยกันแล้วอีกฝ่ายขู่ใส่ มันก็ปะทะกันเป็นธรรมดา

    เราเลี้ยงหมามาไม่เคยกักขังไม่เคยทุบตีทารุณไม่เคยไม่เอาใจใส่ แต่เราก็ทำใจนะ จะให้คนอื่นมารู้นิสัยมารู้ใจหมาเราดีเท่าตัวเราที่เลี้ยงเขามาได้ไง แต่แค่เสียใจที่คนอื่นมาว่าลูกเราก็เท่านั้น

    ตอนนี้เครียดมากๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี ......
  • พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์เค้าให้มากที่สุดอยู่ แต่เมื่อก่อนก็หาอ่านมานะคะไม่ใช่ไม่เคย เพียงแค่ไม่เคยก่อนได้เขามานี่แหละค่ะที่บอกว่าพลาดไป ใจจริงไม่เคยคิดว่าจะได้เขามาด้วยซ้ำ ไปเดินจตุจักวันนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจไปหาซื้อหมา เดินๆไปสบตากับเค้าพอดีเลยหลงรักเค้าขึ้นมา ยังไงก้ต้องอุ้มกลับมาให้ได้ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะตกหลุมรักชิสุน้อย ชิวาวา พูดเดิ้ลแสนสวยขนฟูน่ารัก แต่เรามาตกหลุมรักเจ้าตูบที่ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป้นพันธุ์อะไร เราอยากให้เค้ามาอยู่กับเรา คิดเท่านี้..และคิดมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ หลายๆคนก็บอกให้เอาไปปล่อย แม่แฟนก็พูดตลอดให้เอาไปปล่อย อย่างว่า เค้าไม่ได้รักและไม่ได้ดูแลลูกเหมือนที่เรารักนี่คะ ไม่ว่ายังไงเราจะดูแลพวกเค้าไปจนหมดลมกันไปข้างค่ะ เราจะไม่มีวันทิ้งเค้าและจะเป็นคนที่รักและเข้าใจเค้ามากที่สุดค่ะ และขอบอกไว้เลยว่า ถ้าใครจะมาทำร้ายลูกเรา เราสู้ตายแน่ๆ

    มีความในใจอีกมากมายแต่มันก็สับสนวนเวียนในใจ......ใครมีข้อแนะนำยังไง ก็ขอเป็นทานให้คนที่มีความทุกข์ด้วยแล้วกันนะคะ จะขอบคุณมากๆค่ะ

    คืนนี้นอนหลับฝันดีทุกท่านนะคะ บุญรักษาค่ะ

    นิอร (นูนู่)

    :015::045:
  • ปล. ขอบคุณพื้นที่เล็กๆที่ให้เราได้มาระบายความรู้สึกในใจของเราทีนี่ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ..
  • เสียใจด้วยครับกับเรื่องที่เกิด ผมเข้าใจและคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่เลี้ยงพิทบูลเขาคงไม่มีใครอยากให้เหตุการนี้เกิดเป็นแน่
    ต้องทำใจ ศึกษาข้อมูลและดูแลเขาให้มากขึ้นครับ พาเขาไปเดินไปวิ่งบ้าง พาเขาสังคมให้มากขึ้นอะไรๆก็คงดีขึ้นครับ
    และที่สำคัญครับ ใช้เป็นปลอกคอที่ใหญ่และโซ้เหล็กที่มีความแข็งแรงรับกับการกระชากของเขาได้ดีเท่านี้คงช่วยได้ครับ

    ปล.เจ้าตัวนี้ของผมก็เคยมีประวัติมาครั้ง1 มีเด็กเอาหมาพุลเดิ้ลมาแหย่สุดท้ายลูกผมก็งับขาแล้วดึงผ่านช่องรั้วเหล็กที่บ้านเข้ามา
    แต่ไม่ได้กัดอะไรกัน แต่เจ้าพุลเดิ้ลซีกโคงแตกหมดเจ้าของเขาก็มาว่าผมเหมือนกันทั้งที่ผมก็เลี้ยงในบ้านผมไม่ได้เปิดประตูอะไรเลย
    ผมก็งงมันมาได้ไง ทั้งที่ลูกผมเวลาออกนอกบ้าน(อาทิตย์ละ4-5วัน)มันไม่เคยทำอะไรคัยเลยทั้งคนและหมาด้วยกันขนาดมีหมาตัวอื่นมาเห่ามันหรือกัดมันลูกผมก็ไม่เคยทำไรใครเด็กก็ยังมาเล่นกับมันได้ แต่สุดท้ายผมก็พาเจ้าพุลเดิ้ลไปรักษาจนหายดีเป็นปกติแต่ซีกโคงหายไป
    เจ้าของเขาล้างให้หมายังไม่เป็นผมก็ยังซื้อยามาล้างแผลให้ทุกวันจนหาย เจ้าของเขาเลยใจชื้นขึ้นมาจึงค่อยพูดดีด้วย(มันเป็นกรรมอะไรเลี้ยงในบ้านดีๆๆแท้ๆๆ)แต่ทุกวันนี้เจ้าพุลเดิ้ลก็มาบ้านผมได้ไม่มีปัญหาเลยครับคือผมต้องพามาแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกันหลายวันเขาก็เลยเข้ากันได้

    สุดท้ายครับต้องยืนคำของกลุ่มRAMA3_GROUPครับ เลี้ยงด้วยรัก และ รับผิดชอบต่อสังคมครับ
    ไฟล์แนบ
    ScreenHunter_02 Jan. 20 06.072.jpg 45K
  • พิทบูลจะมีอยู่หลายสไตล์ เช่น สายกัด, เรดโนส,เรดเรดโนส(Old Family Red Nose), บูลลี่
    สายเก่า, การเรียกก็จะเรียกตามลักษณะของสายพันธุ์และรูปร่าง

    แต่ละสไตล์ก็มุ่งในการพัฒนาไม่เหมือนกัน
    เช่น เรดเรดโนดก็จะเน้นที่จะพัฒนาเกี่นวกับการทำกิจกรรมและอนุลักษ์
    ความเป็นเรดเรดโนสเอาไว้ เพราะคนที่เลี้ยงและศึกษาพิทบูลจะรู้ดีว่าสายพันธุ์
    เรดเรดโนส(Old Family Rad Nose)เป็นสุนัขที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าสุนัขพิทบูลสไตล์อื่นๆ
    เกี่ยวกับพละกำลัง, ความกล้าหาญ, และความมุ่งมั้นที่จะทำอะไรโดยไม่ย่อท้อ
    เช่นคุณคว้างลูกบอลลงไปในน้ำให้ไกลสุดกำลังของคุณ พิทบูลสไตล์นี้มันจะไม่
    คิดเลยว่ามันจะว่ายถึงลูกบอลและเก็บมาให้คุณได้หรือเปล่า มันจะกระโดดลงน้ำไปทันที
    และถ้าไม่ถึงลูกบอลมันก็จะไม่ว่ายกลับ หรือถ้ามีร็อตไวเลอร์ใหญ่ๆมาที่หน้าบ้าน
    สักฝูงนึงมันจะไม่ลังเลเลยที่จะออกไปต่อสู้กับสุนัขเหล่านั้น และถ้าสู้ไม่ได้มันก็จะ
    ยอมตายอยู่ตรงนั้นจะไม่วิ่งหนีเด็ดขาด แต่ข้อเสียก็มีอยู่นั้นก็คือความเป็นเลือดนักสู้ของมันที่มีสูงเสียจน
    ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งได้เมื่อมีสุนัขตัวอื่นเข้ามาไก้ลจนมันคิดว่าอาจจะไม่ปลอดภัยกับมัน
    และคนในบ้าน หรือเกิดแรงกระตุ้นจากเสียงของสุนัขตัวอื่นที่เห่าใส่มัน จะพาไปไนหมาไหนลำบาก
    ต้องคอยระวังมากกว่า พิทบูลสไตล์บูลลี่

    บูลลี่ พวกนี้จะเป็นมิตรกับตัวอื่นและอยู่รวมกับสุนัขตัวอื่นได้ดีกว่าเรดเรดโนส (ในระดับนึงเท่านั้น)
    ไม่ได้หมายความว่าจะไม่กัด พวกนี้จะถูกพัฒนาเกี่ยวกับความหนาของลำตัว ความกว้างของหน้าอก
    ความใหญ่ของหัวและจิตประสาทที่จะสามารถอยู่ร่วมกับตัวอื่นได้ แต่ถ้ามีสิ่งกระตุ้นมากๆหรือถูกข่มขู่
    จากสุนัขตัวอื่นในระดับที่มันไม่สามารถจะคุมสติได้ความนักสู้ที่แขวงอยู่ภายในก็จะออกมาให้เห็นทันที
    ความสารถที่มีของพวกบูลี่ก็เหมือนเรดเรดโนสทุกอย่างแต่จะน้อยกว่า ข้อดีก็คือพาไปไหนมาไหนง่าย
    กว่าเรดเรดโนสและสามารถที่จะอยู่ร่วมกับสุนัขตัวอื่นได้ดีกว่า

    ถ้าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับพิทบูลเพิ่มเติมทิ่ง mail ไว้ซิครับผมจะส่งให้ ผมได้เก็บข้อมูลที่ดีๆและสำคัญสำหรับผู้ที่
    คิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ไว้พอที่จะให้เข้าใจถึงอุปนิสัยของสุนัขพันธุ์พิทบูลครับ
  • ขอข้อมูลด้วยครับ Shogun6655@hotmail.com
    ลูกชายผมเจ้าtenอายุประมาณ6เดือน ค่อนข้างผอมไม่ค่อยกิน กำลังจะเอาไปตัดหู
    ไฟล์แนบ
    218.jpg 76K
  • ขอด้วยครับ cpong67@yahoo.com
  • ของผมก็มีเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกันปัจจุบันกัดตายไปแล้ว 4 ตัว
    ตอนนี้เลยต้องจำกัดพื้นที่เพราะเมื่อก่อนเลี้ยงปล่อย
    ผมขอข้อมูลด้วยครับ Sirisakie@live.com
    ไฟล์แนบ
    103.jpg 40K
  • รบกวนขอข้อมูลด้วยครับ>............โดยเฉพาะเรื่อง rednose กับ red red nose ทำไมถึงไม่เข้าพวกเดียวกันเห็นบางข้อมูลก็สับสน

    บางข้อมูลก็รวมเข้าพวกหมด คงมีอีกหลายคนที่สงสัยเหมือนผม รบกวนด้วยครับ Bluezone_59@yahoo.co.th ขอบคุณครับผม
  • สงสารชีวิตคุณนิอร และครอบครัว
    ตราบใดความรัก และความต้องการ ของคุณ ยังคงเหมือนเดิม
    ปัญหานี้ก็คงยังไม่มีข้อยุติ และคุณเองก็พยายามแก้ไขด้วยความเอ็นดู เหมือนสุนัขทั่วไป
    การหาไม้งัดปาก วิธีการจับสุนัขแยกกัน มันก็ปลายเหตุ และอันตราย

    วิธี ตัดปัญหาคงไม่ใช่ทางออกของคุณ ที่จะสละตัวใดตัวหนึ่ง เช่น ปล่อย บริจาค และ กำจัดมัน
    (วีธีนี้ เลิกคิด ผมเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วย)

    การแก้ไขเบื้องต้น ผมแนะนำ(ตามความคิดผม)
    1. ควรที่จำกัด พื้นที่ และควบคุม โดยใช้อุปกรณ์ ที่เหมาะสม กับพิทบลู อย่าเคร่งครัด
    อย่าพยายามใจอ่อน เมื่อยามสบตา หรือ เวลามันร้องขอความเห็นใจ
    2. ใส่ครอบปาก ตลอดเวลา และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมัน ยกเว้นตอนกินอาหาร

    พยายามทำใจให้สบายครับ เดี๋ยวจะเครียด และกระทบ กับหน้าที่การงาน
    หลายท่านเลี้ยง พิท แล้ว มีความสุข ทุกข์ ป่นๆ กันไปครับ
    ผมเองก็หวังว่า ความสุข ในครอบครัวคุณ กับคนรอบข้างจะได้กลับมา

    เอ้าใครมีความคิดดีๆ
    ช่วยๆ กันครับ
  • ตอนนี้ผมกำลังจะได้ลูกสาวมาเลี้ยง
    ต้องรอประมาณ 1 เดือน อะครับ
    อายุประมาณ 5 วัน เกิดวันตรุษจีนพอดี
    c.manpuen@yahoo.com
  • ขอด้วยครับ jangganat@hotmail.com ขอบคุณครับ
  • เชื่อในจิตวิณญาณ ของความเป็นพิดบูลรึยังหละ
    แล้วอย่าให้มันได้ไปเจอกันอีกหละ สงสาร ฟลุ๊คกี้
    โชคดี
  • ขอข้อมูลด้วยครับniranam1975@homail
  • ไม่ควรใช้เชือกในการล่ามครับ เพราะมันแทะได้ ขาดได้ ถ้าใช้โซ่ ตอกหลักยาว 1 เมตร ก็น่าจะเอาอยู่

    โซ่จะไว้ยาวเท่าไหร่ก็ตามใจครับ อีกอย่างไม่ควรเปืดประตูบ้านไว้ นานๆ เพราะถ้ามันหลุด ก็จะเกิดเหตุ

    แบบนี้ทุกๆครั้งครับ ลำบากหน่อยแต่สบายใจเรามากกว่า แค่ใส่โซ่ ตอกหลัก ก็น่าจะเอาอยู่แล้ว แต่ว่า

    ถ้ารั้วบ้านสูงก็ไม่จำเป็น ปิดรั้วบ้านให้ดีก็พอครับ มีไม้งัดปากสักอันก็ดีนะจะช่วยได้เยอะครับ
  • อ่านแล้วก็เห็นใจคุณ นิอรครับ
    คำแนะนำมีเยอะแล้ว สู้ๆ ครับ
  • ขอข้อมูลด้วยคนครับ ranes_oak@hotmail.com ขอบคุณครับ
  • ขอข้อมูลด้วยคนคับ
    shadow_army75@hotmail.com
  • ต้องหากิจกรรมให้มันทำ หรือออกกำลังกายมากๆ
    ให้มันเผาผลานพลังงานในตัวมั่ง มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆเลย..
    ไฟล์แนบ
    FLp2fZ882664-0222.jpg 46K
  • คุณ Uron ผมตอบตรงนี้เลยนะครับ เรดโนสกับเรดเรดโนส
    แตกต่างกันอย่างไร คำว่าเรดโนสแปลตรงตัวครับคือจมูกแดง
    จึงไม่จำเป็นจะต้องมีตัวสีแดงทั้งตัวอาจจะเป็นสีแฟนซีขาวแดง
    หรือขาวน้ำตาลหรือขาวทั้งตัวแต่มีจมูกแดงเราก็เรียกว่าเรดโนสได้ครับ
    แต่ถ้าใช้คำว่าเรดเรดโนส เรดตัวแรกมาจากสีของตัวบวกกับคำว่าเรดโนส
    (red+rednose)= ตัวสีแดงจมูกสีแดงแต่ก็จะสามารถที่จะมีมาร์คกิ้งสีขาวได้
    นิดหน่อยครับ แต่ตอนนี้มีหลายคอกได้มีการพัฒนาสไตล์ใหม่ขึ้นมา (เรดเรดโนสบูลลี่)
    ที่ประสพความสำเร็วแล้ว โดยปกติแล้วเรดเรดโนสจะมีรูปร่างที่สมส่วนแต่ได้มีการพัฒนา
    ความกว้างของหน้าอกและความหนาของลำตัวขึ้นอีก ให้มีรูปร่างแบบเดียวกับพวกบูลลี่
    แต่สีจมูกและตัวเหมือนเดิม
    อย่างในรูปที่ผมจะลงให้ดูเป็นตัวอย่างนี้เป็น เรดเรดโนส แต่มีคำต่อท้ายว่า บูลลี่
    พัฒนามาจากสายเรดเรดโนสโดยการเอาพวกบูลลี่เข้ามาผสมแต่คงต้องทำกัน
    หลายรุ้นกว่าจะได้ออกมาเป็นลักษณะนี้ ต่างประเทศถ้าหมาออกมาไม่ตรงตามลักษณะที่
    ต้องการเข้าก็จะฆ่าทิ้งและเก็บไว้เฉพาะตัวที่ต้องการจะพัฒนาต่อไป แต่คนไทยเรา
    ทำไม่ลงหลอกครับถ้าไม่สวยก็ต้องเลี้ยงเองหรือให้คนอื่น

    สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลจากผม ผมคิดว่าท่านที่เข้ามาบอร์ดนี้เกิน1เดือนไปแล้ว
    คงจะได้อ่านแล้วครับเพราะผมเซฟจากบอร์ดนี้ไป เพราะเห็นว่าบทความเหล่านั้นสามารถ
    ที่จะเป็นข้อมูลและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงพิทบูล จะได้รู้เกี่ยวกับอุปนิสัย,
    ความสามารถ,และข้อควรระวังในการเลี้ยง เพื่อป้องกันอบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น

    สำหรับท่านที่ยังต้องการอยู่เมลมาหาผมก็แล้วกันครับ shokul99@gmail.com
    ไฟล์แนบ
    Lucky-2.jpg 76K
    IMG_9224_resize.jpg 112K
  • โห ตื่นมาเปิดดูข้อความ ไม่นึกว่าจะมีคนเข้ามาตอบมห้ขนาดนี้คิดว่าตั้งๆเอาไว้พอคลายเครียดพอได้ระบายร้องไห้มั่ง แต่มีคนเข้าใจความรู้สึกและเห็นใจเราให้กำลัวใจขนาดนี้ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

    ส่วนเรื่องข้อมูลต่างๆ ถ้ามีคำแนะนำหรือมีอะไรดีๆเกี่ยวกับพิทบูล ยินดีรับเสมอค่ะ nion_nuu@hotmail.com
    หรือถ้าเพื่อนๆคนไหนเล๋น msn ก็แอดมาพูดคุยกันได้นะคะ ยินดีเสมอค่ะ

    เอาไว้จะหารูปชิลชิลและลูกๆทุกคนมาลง เพื่อนๆจะได้รู้จักลูกๆของเรามากขึ้น

    ส่วนเรื่องแก้ปัญหาด้วยการจำกัดตัวใดตัวหนึ่ง บอกตรงๆว่า มีอยู่ในความคิด (ชั่ววูบ) แต่ไม่ทำแน่ๆค่ะ เพราะทำใจไม่ได้...
  • ขอข้อมูลด้วยคนครับ อยากศึกษาให้ลึกๆ
    porrain@hotmail.com
  • บัญญัติ 10 ประการสำหรับเจ้าของพิทบูล
    1.คิดคำนึงถึงวัตถุประสงค์ก่อนเลี้ยง ว่าเลี้ยงเพื่ออะไร?เป็นกีฬา เป็นเพื่อนฯ แล้วหาข้อมูลแหล่งขายพิทบูลที่เพาะพันธุ์ตามหน้าที่นั้นๆ ควรสืบแหล่งที่มาของสายเลือดแน่นอนเชื่อถือได้ อย่างน้อยก็ต้องรู้จัก พ่อ แม่พันธุ์...ให้ระลึกไว้เสมอว่าผู้ผสมพันธุ์(breeder)หรือคนขายพิทบูลที่เคยมีประวัติว่าเคยหลอกลวง แจ้งข้อมูลเท็จ ถึงเขาพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว แต่คุณก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องจากเขาไม่ถึง 50 %
    2.ลูกสุนัขควรมีสุขภาพร่าเริง แววตาแจ่มใสไม่มีขี้ตา เหงือกสีชมพูสดใส จมูกชื้น ผิวหนังสมบูรณ์ยืดหยุ่นดี ขนเป็นเงามัน จับลูกสุนัขพลิกดูใต้ท้องต้องไม่มีตุ่มหนอง ดูอุ้งเท้าทั้งสี่ไมแผลตกสเก็ด ถ้าเป็นไปได้ดูว่าลูกสุนัขถ่ายดีหรือไม่ ถ้าถ่ายเหลวท้องเสียเป็นมูกเลือดมีกลิ่นคาว อย่าได้ไปซื้อ!ลูกสุนัขต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนจากสัตวแพทย์
    3.อย่าคิดเพียงจะเลี้ยงพิทบูล เพื่อไปกัดสุนัขแถวบ้าน ปกติสุนัขทั่วไปโดนพิทบูลกัด แค่ครั้งเดียวพวกมันก็เข็ดไปจนตาย แต่คุณต้องเลี้ยงพิทบูลไว้ตลอดชีวิตมัน โชคร้ายมันหลุดไปกัดสุนัขที่มีราคาแพงเจ้าของเขาเอาเรื่อง คุณก็จะลำบาก มันไม่คุ้มด้วยประการทั้งปวง
    4.คิดเสมอว่าเรากำลังเป็นเจ้าของพิทบูลไม่ใช่พุดเดิ้ล ทุกครั้งที่จูงออกนอกบ้านต้องอยู่ในสายจูงตลอดเวลา อย่าได้เที่ยวยุให้พิทบูลไปกัดสุนัขตัวอื่น คำยั่วยุของเจ้าของพิทบูลมันกระตุ้นพลังต่อสู้ได้เป็นอย่างดี แล้วมันก็ฝังใจว่ากัดสุนัขข้างถนนเป็นสิ่งที่เจ้านายต้องการ......พิทบูลกัดเก่งๆระดับแชมเปี้ยนบางตัวไม่สนใจสุนัขข้างถนน แต่พอเข้าสังเวียนมันเปรียบเสมือนระเบิดไดนาไมท์
    5.พิทบูลต้องได้รับการฝึกให้รักเด็กตั้งแต่มันยังเป็นลูกสุนัข ไม่ว่ากับเด็กในครอบครัวหรือเด็กข้างบ้านหรือเด็กที่ไหนก็ตาม สอนเด็กให้เล่นกับพิทบูลด้วยความสุภาพ อ่อนโยน ให้เด็กยื่นอาหารให้พิทบูลเป็นครั้งคราว
    6.พิทบูลไม่จำเป็นต้องฝึกอารักขาแบบผิดๆ ชนิดที่เห็นทุกคนเป็นศัตรูไปหมด มีพิทบูลไม่น้อยสามารถอารักขาเจ้าของได้โดยไม่เคยฝึก พวกมันสามารถแยกได้ว่าใครมาดี ใครมาร้าย มีรายงานบ่อยครั้งว่าสุนัขฝึกอารักขา(ทุกพันธุ์)ชอบกัดเด็ก กัดผู้หญิง มากกว่ากัดโจรกัดผู้ร้าย
    7.บริเวรบ้านที่มีรั้วต่ำๆรั้วไม่แข็งแรง คุณจะปล่อยพิทบูลได้เมื่อคุณอยู่กับมันเท่านั้น บางทีคุณอาจจะมั่นใจว่ามันนิสัยดี เรียบร้อย ไม่กระโดดออกแน่นอน ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน สิ่งกระตุ้นนอกรั้วทำให้พิทบูลสามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ง่ายดาย
    8.พิทบูลห้ามผสมข้ามพันธุ์กับสุนัขพันธุ์อื่นจะด้วยความจงใจ หรือประมาทก็ตาม มีลูกสุนัขผสมระหว่างพิทบูลกับพันธุ์อื่นๆพวกมันมีนิสัยดีมาก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเชื่อมันได้เสมอไปทุกครอก ทุกตัว พวกลูกผสมเราไม่อาจทำนายนิสัยของมันได้ พอพลาดพลั้งซักครั้ง ที่นี้ก็เหมากันหมดว่าเป็นพิทบูล
    9.อุปกรณ์สำหรับพิทบูลแตกต่างจากสุนัขทั่วๆไปในบางอย่าง ไล่ลำดับความสำคัญจากปลอกคอ ต้องผลิตพิเศษสำหรับพิทบูลโดยเฉพาะ ไม้งัดปากไม่ว่าคุณจะเป็น DOGMAN หรือไม่ก็ตาม เลี้ยงหนึ่งตัวมีหนึ่งอัน เลี้ยงหลายตัวมีสองหรือหลายอัน บ่อยครั้งที่พิทบูลไม่ผิด สุนัขอื่นวิ่งเข้ามากัดก่อนแต่คุณก็ต้องจับพิทบูลงัดปากออกอยู่ดี สายจูงมีพิเศษผลิดเพื่อพิทบูลโดยเฉพาะ สำคัญอย่าเอาสายจูงล่ามพิทบูล โซ่และหลักล่ามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพิทบูล โซ่สุนัขที่มีวางขายทั่วไปมันทนแรงของพิทบูลไม่ได้หมุดหลักล่ามหากเพียงตอกลงดินสักวัน มันจะลากทั้งโซ่และหมุดวิ่งเข้าไปหาสุนัขตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด กรงเหล็กติดมุ้งลวดอันนี้มีวางขายตามท้องตลาด อุปกรณ์จำเป็นทั้งหมดนี้ควรหมั่นตรวจสอบทุกสัปดาห์ เจอบ่อยคือ ตะขอทองเหลืองมักเสื่อมก่อนกำหนด ปลอกคอหลวมเกินไปพิทบูลถอยหลังถอดออกได้ บางทีก็แน่นเกินไป จนเกิดการระคายเคือง พอเกิดเหตุกัดกันไม่มีไม้งัดปาก หรือมีแต่จำไม่ได้ว่าวางใว้ตรงไหน พอตกอกตกใจก็เอาด้ามไม้กวาดมางัดเอาน้ำสาดก็ไม่ปล่อย ลองนึกภาพดูคนอื่นเขาจะมองภาพพจน์พิทบูลเลวร้ายแค่ไหน
    10.เมื่อคุณหลงใหลพิทบูล เริ่มลึกในเกมส์ ลึกในวงการ หนีไม่พ้นว่าคุณจะต้องมีกลุ่มแนวร่วมความคิด วงการพิทบูลก็เหมือนกับทุกวงการ มีขัดแย้งกันเป็นกลุ่มๆ คุณเองอาจสนิทกับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเป็นพิเศษ แต่ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งเอาเป็นเอาตายกับกลุ่มอื่น จากสภาพความจริงตัวหัวหน้ากลุ่มไม่กินเส้นกับใคร ลูกกระพรวนก็ไม่กินเส้นตามไปด้วย ให้คุณศึกษาเบื้องหลังของคนที่คุณจะรวมกลุ่ม ถ้าเขาเป็น DOGMAN ก็ต้องมีกิจกรรมแข่งขันบ่อย ชอบพิสูจน์คุณภาพในสังเวียนไม่ใช่ในวงเหล้า บางกรณีถ้าในกลุ่มของคุณมีคนโครตโกง(เป็นพันธุกรรม)แถมยังชอบทอล์คแอนด์บาร์คมากกว่าไฟต์ คุณจะถูกมองเป็นประเภทเดียวกับเขา เสมือนคุณไปอยู่ในฝูงนกแร้ง คุณก็จะถูกมองเป็นนกแร้งฉันใด ก็ฉันนั้นแล........
  • สำหรับสุนัขพันธ์นี้แบ่งออกเป็น 2 สายหลัก ๆ ครับ (คร่าวๆ)
    1.อเมริกัน แสตฟฟอร์ด ไชร์ เทอเรียร์
    2.อเมริกันพิตบูลเทอเรีย
    สองสายนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก ๆ โดยที่บางทีอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำไปครับ แต่ถ้าจะให้ชัวร์มันต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ สำหรับตัวผมเองน่ะครับ ผมว่าแสตฟนี้ จะมีลักษณะของช่วงตัวใหญ่ ซึ่งพัฒนามาเพื่อการประปวด และก็เป็นเพื่อนเล่นของมนุษยืจึงมีความนิ่งในสายเลือด สังเกตได้จากการที่อยู่กับคนได้เกือบทุกคน ยกเว้นประเภทถ้ำมองอะไรอย่างนั้นอีกอย่างคือสังเกตง่าย ๆ คือ แสตฟ จะมีจมูกสีดำ และจะมีสตอปที่หน้าทำมุมเยอะกว่า (คือมุมหักระหว่างจมูกกับกะโหลก) แล้ว ส่วนใหญ่จะมีจมูกสีดำ เนื่องจากจมูกแดงนี่ประกวดไม่ได้
    ส่วนอเมริกันพิตบูลเทอร์เรีย นี่เป็นสายที่พัฒนามาเพื่อเกมส์กัดโดยเฉพาะ แต่กับผู้เป็นเจ้าของเอง สายนี้จะมีความรักเป็นส่วนตัว คือดุกับหมาแต่กับเจ้าของ ตีให้ตายก็ไม่กัดครับซึ่งสายนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทอีกเช่นกันคือ 1.จมูกดำ 2.จมูกแดง (old fammily Red Rednose)
    นั่นเอง ครับ ประเภทนี้จะมีจมูกสีแดง ตัวสีน้ำตาลแดง เล็บแดง ตาสีเหลือง อาจมีมาร์คกิ้งขาวได้แต่ไม่เกิน 30 % ของสีทั้งตัว และมักจะมีแรงขับสูง คือ ถ้าเทียบกับพวกจมูกดำ แล้วอึดกว่า หนักหน่วงกว่า โหดกว่าอะไรทำนองนี้อ่ะครับ
    ส่วนสายที่คุณ ปู บอกว่าอยากได้ เป็นสาย Re หรือ เรเซอร์เอจ คือ เป็นการพัฒนาของฝั่งตะวันตกที่อยากให้พิตบูลมีขนาดที่เล็กลง แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพที่เหมือนเดิมคือ จิตใจนี่ยังคง100% เหมือนเดิม แต่ถ้าจะให้นำไปกัดคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะการพัฒนามันไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะนำมากัดครับ
    ส่วนที่ถามว่าสายกัดคืออะไร สายกัดก็พิตบูลนี่แหล่ะครับ เพียงแต่ลักษณะจะแตกต่างกับสายโชว์ คือมีลักษณะที่เพรียวบางกว่า มีความคล่องตัวมากกว่า ทนทานกว่าก็เท่านั้นครับ ก็เหมือนกันนักมวยอ่ะครับ สายโชว์(นักกล้าม) vs สายกัด(นักวิ่งมาราธอน) คือไม่ได้ให้เอามาเปรียบมวยน่ะครับ แต่จะเห็นความแตกต่างตรงที่ สายโชว์นี่ สวย กล้ามเนื้องาม แต่ถ้าถามว่าเอามาวิ่งให้ได้เหมือนสายกัดไหม ไม่ได้ครับ ส่วนสายกัด กล้ามเนื้อ เล็ก ไม่มีไขมันส่วนเกิน หรืออาจจะดูผอมเหมือนหมาวัดบ้านเรา แต่ถ้าถามว่าวิ่งได้นานแค่ไหน ก็ลองคิดดูเอาเองครับ
  • .: ประวัติสุนัขพิทบูลโดยสังเขป :.
    เมื่อกองทัพโรมันได้ชัยชนะและเข้าครอบครองเกาะอังกฤษแล้ว พวกเขาได้นำอารยธรรมเข้ามา สร้างถนนหนทาง โบสถ์ ป้อมปราการเมือง ท่อส่งน้ำ วางรากฐาน ภาษาอังกฤษที่เรารู้จักในปัจจุบัน และนำกีฬาเข้ามาชนิดหนึ่งด้วย นั่นคือการนำสุนัขมาต่อสู้กับวัว (Bullbaiting) กีฬาชนิดนี้พัฒนามาจากความเชื่อถืือบูชามิทราส (Mithras) เทพเจ้าแห่งสงคราม ซึ่งมีวัวเผือกหนุ่มตัวผู้เป็นสัญลักษณ์ สำหรับบำรุงจิดใจผู้อยู่ในสงคราม
    ในอดีตกาลนั้นสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆ มีอยู่มากมายและมักจะอยู่ในป่า ต่อมาสุนัขเหล่านี้ถูกจับมาเพื่อใช้ในกีฬาดังกล่าว เมื่อกาลเวลาผ่านไปชาวโรมันก็ถูกกลืนรวมเข้ากับเผ่าต่างๆ หรือไม่ก็เดินทางไปรบยังที่ต่างๆ แต่อารยธรรมและกีฬายังคงอยู่และเจริญรุ่งเรืองต่อไป
    ในขณะเดียวกันสุนัขก็มีการแบ่งชนิด แบ่งประเภทออกมามากขึ้นเนื่องจากมีการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อใช้ในการกีฬา สุนัขที่แข็งแกร่งฉลาดที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอดจากการแข่งขันได้ หลังจากที่กาลเวลาผ่านไปหลายศตวรรษ จนถึงต้นศตวรรษที่ 17 ชนชั้นกลางก็ปักหลักฝังลึกในสังคมอังกฤษชนชั้นนี้ได้แก่ พ่อค้า ช่างเงิน ช่างทอง ช่างเหล็ก เจ้าจองที่พักแรม ช่างตัดเสื้อ คนทำขนมปัง ฯลฯ ชนชั้นกลางได้เลียนแบบแฟชั่น ขนบธรรมเนียมต่างๆมาจากชนชั้นสูง รวมทั้งกีฬาการสู้วัวด้วย ในขณะนั้นมีสุนัขอยู่หลายชนิดด้วยกันซึ่งเกือบจะเป็นพันธุ์แท้ทั้งสิ้น ได้แก่ เทอร์เรีย, สุนัขต้อนฝูงสัตว์ (Cattle dog), สุนัขเลี้ยงแกะ (Sheperds), และสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆได้แก่ บูล ด็อก (Bull dog) และมัสตีฟฟ์ ซึ่งในสมัยนั้นมีความหมายว่า "สุนัขใหญ่"
    นอกจากนั้นก็มี บูล พอล (Bull Paul) ที่น่าสะพรึงกลัวจากสก๊อตแลนด์ และอะลอนท์จากไอร์แลนด์ที่ดุร้ายพอๆกัน สุนัขชนิดต่างๆเหล่านี้ถูกนำมาผสมกับสุนัขที่ยิ่งใหญ่ในอังกฤษ ลูกหลานที่ได้จากการผสมดังกล่าวจึงกลายมาเป็นนักสู้วัว เมื่อถึงคริสศตวรรษที่ 18 ผลจากการผสมพันธุ์ ทำให้ได้สุนัขขนาดใหญ่ ขายาว น้ำหนักตั้งแต่ 80-90 ปอนด์ ลองนึกภาพดูว่าสุนัขที่ไม่ได้รับอาหารตามเวลานั้นจะดุร้ายเท่าใดขนะสู้กับวัวกระทิง
    ต้นศตวรรษที่ 18 เป็นระยะเสื่อมสำหรับชนชั้นกลาง การหาวัวมาเพื่อกีฬาโปรดชนิดนี้ กลายเป็นสิ่งที่ยากลำบากขึ้น จนเสื่อมความนิยมไปในที่สุด และใน ค.ศ. 1835 กีฬาชนิดนี้ถูกยกเลิกเป็นทางการ
    อย่างไรก็ตาม มีผู้ที่สนใจพัฒนากีฬาแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช้ทุนรอนอะไรมากนัก นั่นคือการนำสุนัขมาต่อสู้กัน ขณะนั้นยังมีสุนัขตัวใหญ่ดุร้ายที่หลงเหลือมาจากการสู้วัวเป็นจำนวนมาก แต่สุนัขเหล่านี้ไม่คล่องแคล่ว ว่องไว ปราดเปรียว เพียงพอที่จะทำให้กีฬาใหม่นี้น่าสนใจได้
    ชนชั้นอีกชนชั้นหนึ่งที่เรายังไม่ได้กล่าวถึงคือ ชนชั้นต่ำ พวกคนจนนั้นต้องผจญภัยกับสัตว์ที่ทำลายข้าวของชนิดหนึ่งมาตลอด นั่นคือ "หนู" ชนชั้นเหล่านี้พบว่าสุนัขที่ปราบหนูได้คือ "เทอร์เรีย" ขณะนั้นชนชั้นสูงและชนชั้นกลางพัฒนาพันธุ์สุนัขเพื่อการกีฬา คนจนก็ปรับปรุงพันธุ์เทอร์เรีย เพื่อความอยู่รอดของตนเอง เทอร์เรียซึ่งมีตัวเล็ก คล่องแคล่วกำลังดี หาอาหารกินเอง จากการที่มีหน้าอกกว้างทรงพลัง ทำให้มันสามารถขุดไล่หนู่ออกจากรูได้ บรรดาหมาจิ้งจอกที่มาขโมยกินลูกไก่ หรือหนู ต่างก็ตกเป็นเหยื่อของเทอร์เรีย
    การแข่งขันสำหรับเทอร์เรียคือ การแข่งขันจับหนู (Ratting) ก่อนอื่นจะมีการจับหนูมาใส่ไว้ในกรง ขุดหลุม และวางเดิมพัน จากนั้นจึงปล่อยสุนัขและหนูลงหลุม เทอร์เรียที่จับและฆ่าหนูได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ ส่วนเจ้าของก็กลับบ้านพร้อมเหรียญเงินเต็มกระเป๋า
    เทอร์เรียที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมามีหลายชนิด ในที่นี้จะกล่าวถึงแต่ที่สำคัญเท่านั้น อิงลิช ไวท์ เทอร์เรีย (English White Terrier) ซึ่งสูญพันธุ์ไปในตอนต้นศตวรรษที่ 19 นั้น มีลักษณคล้ายคลึงกับแมนเชสเตอร์ เทอร์เรีย ในปัจจุบัน แต่ศรีษะจะดูใกล้มาทางอเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรีย แต่ อิงลิช ไวท์ เทอร์เรียเป็นนักสู้ตัวยง แต่อาจจะไ่ม่เท่าชนิดน้ำตาล - ดำ (Black and Tan) ซึ่งสือต่อมาเป็นแมนเชสเตอร์ เทอร์เรีย นอกจากนี้แล้วก็ยังมี ฟ๊อกซ์ เทอร์เรีย (Fox terrier) ซึ่งใหญ่กว่าเล็กน้อย และเก่งในการจับและฆ่าสัตว์ใหญ่กว่าที่มาลักขโมยอาหารของชาวนา
  • ไม่มีใครทราบว่าผู้ใดเป็นต้นคิดในการนำบูล ด็อก (Bull dog) มาผสมกับเทอร์เรียที่คล่องแคล่วว่องไว แต่ว่าผู้ที่ผสมพันธุ์ทั้งสองได้สำเร็จ คือพวกคนงานเหมืองถ่านหินและคนงานโรงเหล็กในบริเวณสแตฟฟอร์ดเชียร์ในภาคกลางของอังกฤษ โดยเรียกสุนัขนี้ว่า บูล แอนด์ เทอร์เรีย (Bull and Terrier)
    บูล แอนด์ เทอร์เรีย ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่คนที่ชอบกีฬา เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัด จึงอุ้มไปไหนมาไหนได้สะดวก กินไม่จุ และให้โอกาสผู้โปรดการกีฬาเข้ามีส่วนร่วมด้วย ขณะเดียวกันก็มีการตั้งกฏเกณฑ์ ต่างๆขึ้นมา โดยใช้เกียรติเป็นประกัน ข้อลักษณะประการสำัคัญที่สุดของพันธุ์ใหม่นี้คือ ต้องชอบคนตามแบบเทอร์เรีย ซึ่งทำให้เจ้าของสามารถไปอยู่ในการแข่งขันได้ โดยใช้มือและเสียงกระตุ้นสุนัขของตน ข้อนี้อาจจะแตกต่างไปจากการสู้วัว ซึ่งจะจำกัดบทบาทเจ้าของ ปล่อยให้คนดูเป็นกองเชียร์เท่านั้น
    ในสมัยต้นๆ กีฬาชนิดนี้จะแข่งกันตามสนามสู้วัวเก่าๆมุมถนนโรงนาต่างๆ ในช่วงดังกล่าวนี้เองชนชั้นกลางก็มีบทบาทในสังคมมากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และหันมาชอบกีฬาใหม่ และบูล แอนด์ เทอร์เรีย ไม่นานนักในผับ (Pub) และที่พักริมทางแทบทุกแห่งก็มี "สนามประลอง" ข้างๆห้องบ้างหรือในห้องโถงบ้าง ตามแต่ขนาดของสถานที่ สนามประลองเหล่านี้เรียกกันว่า "พิท" หรือ "หลุม" (pit dogs) ในสมัยนั้นการอุ้ม บูล แอนด์ เทอร์เรีย เดินไปในเมืองจึงถือเป็นเรื่อง โก้เก๋ เมื่อเข้าไปในบาร์แล้วทุกๆคนสามารถจะมาพินิตติชมสุนัขตัวนั้นๆได้ และลงมือวางเดิมพันกัน โดยเจ้าของบาร์หรือเจ้าของที่พักริมทางจะเป็นผู้ถือเงิน
    ขณะเดียวกัน บูล ด็อก (Bull dog) พันธุ์เดิมก็หายากขั้นทุกที เนื่องจากถูกนำมาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อผลิดพันธุ์ใหม่ๆ ที่คล่องแคล่วว่องไวมากขึ้น น้อยคนนั้นที่จะอุทิศตนให้กับการเก็บรักษาพันธุ์นี้ไว้ตามแนวทางของชาวโรมันโบราณ คนเหล่านี้ได้แก่ เจ้าของที่ดิน ซึ่งพอจะมีอำนาจการเงินเพียงพอที่จะนำสุนัขพันธุ์ใหม่จากจีน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นฮือฮาในหมู่ผุ้สูงศักดิ์ในสมัยนั้นเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ ไชนีส ปั๊ก (Chinese Pub) จากนั้นคนกลุ่มนี้ก็ค่อยๆพัฒนาพันธุ์ใหม่ โดยนำบูล ด็อก มาผสมกับปั๊ก และให้กำเนิดพันธุ์ขาสั้นหางม้วน ลำตัวกว้าง ซึ่งเราเรียกว่า บูล ด็อก (Bulldog) ในปัจจุบัน
    บลู แอนด์ เทอร์เีรีย จากสแตฟฟอร์ดเชียร์ ได้รับการยกย่องเรื่อยมาในด้านความเป็นนักสู้และสมรรถนะ อาจจะเป็นเพราะเหตุผลที่ว่าสังคมชาวเมืองเป็นสังคมที่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น ที่ทำใ้ห้สุันัขชนิดนี้มีแบบฉบับที่แน่นอน ต่อมาผู้คนจึงพากันเรียกมันว่า สแตฟฟอร์ดเชียร์ บูล เทอร์เรีย (Staffordshire Bull Terrier) แต่กว่าชื่อนี้จะกลายเป็นชื่อที่ใช้เรียกเป็นทางการก็ล่วงมาถึง ค.ศ. 1953 แล้ว เื่มื่อสมาคมผู้เลี้ยงสุันัขแห่งอังกฤษยอมรับเป็นพันธุ์แท้
    จากนี้เราขอกลับไปกล่าวย้อนไปในประวัติศาสตร์กันอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้จะเป็นซีกโลกตะวันตก การที่อังกฤษได้อเมริกาและแคนาดาเป็นอาณานิคมใน "โลกใหม่" นั้น เทอร์เรียเป็นที่ต้องการมากเท่ากับ "โลกเก่า" (ยุโรป) ไม่ว่าผู้ใดจะไปตามที่แห่งใดก็มักจะพาสุนัขไปด้วย นอกจากนี้การใช้บูล ด็อก ดุร้าย เพื่อพิทักษ์ตนเองจากการปล้นสะดมแล้ว ผู้คนเหล่านี้ยังต้องการสันทนาการ และนำสุนัขมาใช้ในการกีฬาด้วยเช่นกัน เื่มื่อกาลเวลาผ่านไป บูล แอนด์ เทอร์เรีย ชนิดหนึ่งก็พัฒนาขึ้นมา โดยมีกระดูกใหญ่กว่าและน้ำหนักใหญ่มากกว่าญาติชาวอังกฤษของมัน
  • หลังจากสงครามกลางเมืองไม่นาน บรรดาพ่อค้า กลาสี คนค้าขาย ได้นำสุนัขอังกฤษเข้ามาในอเมริกา และกีฬาการจับสุนัขมาต่อสู้กันก็แพร่หลายไปในเมืองต่างๆ บูล แอนด์ เทอร์เรีย จากอเมริกาและจากอังกฤษจึงมีการผสมข้ามพันธุ์กัน และพัฒนาคุณลักษณะดีขึ้นเรื่อยๆจากความพยายามของผู้โปรดปรานกีฬาชนิดนี้
    ซี.บี. เบ็นเน็ทท์ ผู้โด่งดังในฐานะนักกีฬาผู้รักสุนัขและนักผสมพันธุ์สุนัขคนหนึ่ง ได้จัดทำหนังสือพ่อพันธุ์ขึ้นมาเล่มหนึ่ง และจัดตั้งสำนักงานจดทะเบียนใน ค.ศ. 1898 เขาเป็นผู้ตั้งชื่อพันธุ์ว่า อเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรีย นอกจากนั้นเบ็นเน็ทท์ยังเป็นผู้กำหนดกติกาสำหรับการต่อสู้ระหว่างสุนัขและตั้งมาตรฐานเป็นทางการ ซึ่ง ใช้กันมาถึงทุกวันนี้ เบ็นเน็ทท์ยังเป็นผู้จัดตั้ง ยูไนเต็ท เค็นเนล คลับ (United Kennel Club) ขึ้นเมื่อ 77 ปีก่อน เพื่อรับจดทะเบียนอเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรียโดยเฉพาะ ต่อมาสมาคมแห่งนี้จึงได้กลายเป็นสำนักงานทะเบียนใหญ่เป็นอันดับสองในอเมริกา
    อเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรีย จัดว่าเป็นสุนัขที่มีพละกำลังมากที่สุดเท่าที่พัฒนากันมา ขณะเดียวกันก็มีความจงรักภักดี และมีอารมณ์คงที่ต่อคน ข้อน่าสังเกตที่สุดของสุนัขพันธุ์นี้คือ ประโยชน์ที่มีอยู่หลายด้านด้วยกัน เราต่างก็ทราบถึงความโด่งดังในสังเวียนมาแล้ว ดังนั้นจึงจะกล่าวถึงแต่คุณสมบัติที่ไม่ใคร่มีใครทราบกันนัก
    ธรรมชาติของอเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรียนั้นชอบการล่า และได้รับการฝึกหัดมาให้ล่าสิ่งต่างๆทุกชนิด ตั้งแต่นกไปจนถึงหมูป่า ความกล้าที่ฝังลึก ความทรหดบึกบึน และทนต่อความเจ็บปวดสูง ทำให้มันทนบาดแผลได้โดยไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่นักสู้หมีหรือแมวป่าที่ดี เนื่องจากมันมักจะกัดชนิดไม่ปล่อย ซึ่งมักจะนำความหายนะมาสู่ตัวของมันเอง
    ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินว่าสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขชนิดที่กัดคนไม่เลือกหน้ามันจะมีความสามารถแยกแยะได้ ระหว่างการก้าวร้าวและการเล่นหยอก ดังนั้นจึงเป็นเพื่อนเล่นที่ดีของครอบครัว ซึ่งจะทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องถ้าต้องการ อเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรียนั้นอดทนต่อเด็กๆได้สูงจนน่าแปลกใจ และไม่ถือสากับการที่เด็กๆเล่นแรงๆกับมัน
    ลักษณะสำัคัญที่สุดก็คือความสามารถในการปรับตัว อเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรีย อยู่ได้ทั้งในอพาร์ทเมนต์ บ้านต่างระดับแถบชานเมือง ฟาร์ม หรือในคอกสุนัข ขนที่ร่วงนั้นมีปริมาณน้อยมาก ทั้งนี้เพราะขนของมันสั้นมาก การดูแลทำความสะอาดก็มีเพียงดูแลฟันไม่ให้มีคราบ กำจัดเห็บหมัดและสิ่งสกปรกที่หู และฝนเล็บให้เท่านั้น
    การต่อสู้รักษาตัวรอดโดยใช้พละกำลังและไหวพริบมาเป็นเวลาศตวรรษๆที่ได้สั่งสมมา ทำให้สุนัขพันธุ์นี้เฉลียวฉลาดมาก เมื่อรวมเข้ากับความพร้อมที่จะเอาใจด้วยแล้ว อเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรีย จึงเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย และไม่ใคร่ลืมสิ่งที่มันได้เรียนมา นอกจากนี้ยังมีช่วงความสนใจยาวนานและมีความคิดของตัวเอง ดังนั้นจึงมักจะหักเหลี่ยมลบคมเจ้่านายได้บ่อยครั้ง
    ในต้นศตวรรษที่ 19 อเมริกัน (พิท) บูล เทอร์เรีย เป็นหนึ่งในบรรดาพันธุ์ยอดนิยมในอเมริกา ข้อพิสูจน์ประการหนึ่งได้แก่ รูปที่ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ของ อาร์ ซี เอ ซึ่งมุ่งหมายถึงภาพสุนัขที่ซื่อสัตย์ ภักดีต่อ โท มัส อัลวา เอดิสัน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สุนัขพันธุ์นี้ถูกใ้ช้เป็นสัญลักษณ์แทน โอลด์ กลอรี (Old Glory) ธงชาติสหรัฐอเมริกา ขณะที่อิงลิช บูลด็อก ใช้แทนธง "ยูเนียนแจ็ค" และเฟร้นซ์ บูลด็อก แทนธง "ไตรคัลเลอร์" (Tricolore) ของฝรั่งเศส ประวัติของสุนัขพันธุ์นี้จะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากไม่กล่าวถึง พีต (Pete) สุนัขที่มีวงแหวนรอบตา เพื่อนของเด็กๆในเรื่อง "เอาเวอร์ แก๊ง" (Our Gangs) พีตเป็นสุนัขสแตฟฟอร์ดเชียร์ เทอร์เรีย ตัวแรกที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมผู้เลี้ยงสุนัขแห่งอเมริกา
    ริชาร์ด เอฟ. แสตรทตัน นักเขียนชาวอเมริกัน ชี้ให้เห็นว่าหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับสายเลือดพันธุ์นี้มีอยู่มากมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาและการอ้างอิงด้านภูมิศาสตร์ ด้วยเหตุนี้มัสติฟฟ์ โมลอสซา (Molossa) แบนด็อก (Bandog) บูลด็อก (Bulldog) บูลเล็นไบเซอร์ (Bullenbeiser) แบเร็นไบเซอร์ (Baerenbeiser) บูลพอล (Blue Paul) เร็ด สมัท (Red Smut) และชื่ออื่นอีกมากมาย อาจจะใช้เรียกสุนัขสายพันธุ์เดียวกันก็เป็นได้
    จุดอ่อนที่สำัคัญของความเห็นที่มีอยู่ทุกวันนี้ก็คือ ความคิดเห็นเหล่านี้มาจากข้อเขียนในตอนปลายของศตวรรษที่ผ่านมานี้เอง ในขณะนั้นนักเขียนเรื่องสุันัขมีจำนวนน้อย และไม่ว่าสิ่งใดที่เขียนออกมานั้นจัีดเป็นพยานหลักฐานชนิดคำให้การเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วๆไปแล้วจะเป็นพยานหลักฐานที่อ่อนที่สุด
    ตามที่มีผู้กล่าวว่าเื่มื่อการสู้วัวกลายเป็นกีฬาผิดกฏหมาย การต่อสู้ระหว่างสุนัขจึงได้กลายเป็นกีฬาที่นิยมกัน และบูล ด็อกดั้งเดิมนั้นใหญ่เกินไปและไม่คล่องแคล่วว่องไวสำหรับกีฬาชนิดนี้ หลักฐานจากภาพเขียนและภาพแกะสลักที่บ่งบอกว่าการจับสุนัขมาต่อสู้กันมีมานานก่อนที่การสู้วัวจะหมดความนิยมไป และบูล ด็อกก็ต่อสู้กับสัตว์ป่าได้ทุกชนิด รวมทั้งสิงห์โตด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจัดเป็นมือหนึ่งในเรื่องการต่อสู้ระหว่างสุนัขกับสุนัข ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะทำให้เชื่อได้ว่ามันไม่คล่องแคล่วว่องไว อันที่จริงแล้ว มันควรจะต้องว่องไวอยู่แล้วในการต่อสู้กับวัว
    คำกล่าวที่ว่าในประเทศบางประเทศ เช่น ไอร์แลนด์และอังกฤษ ผู้คนได้เริ่มชอบสุนัขชนิดเล็กๆ ในการต่อสู้ เพราะอุ้มพา ซ่อนง่าย และประหยัดค่าอาหารนั้นอาจจะเป็นจริงได้ แต่อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผู้ผสมพันธุ์ต้องทำก็คือเลือก บูล ด็อก ตัวที่เล็กกว่ามาเป็นพ่อพันธุ์ การผสมข้ามพันธุ์เป็นเรื่องไร้เหตุผลเพราะจะทำให้สูญเสียความเป็นนักสู้ และความสามารถด้านต่างๆไป
    ส่วนการคาดเดาว่าบูล ด็อก สมัยก่อนถูกผสมข้ามพันธุ์กับปั๊ก ทำให้ได้ลักษณะจมูกย่นไปนั้น ท่านผู้อ่านควรจะทราบว่าแต่เดิมมีบูล ด็อกอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งนั้นเขาเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง อีกแบบหนึ่งเลี้ยงไว้ต่อสู้ ล่าสัตว์หรือสู้วัว การผสมกันระหว่างทั้งสองแบบอาจจะมีอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ลักษณะจมูกย่นนั้นมีมาเนิ่นนานแล้ว และอาจจะเป็นผลจากการเลือกผสมพันธุ์ ซึ่งเริ่มจากการสุ่มใช้สุนัขตัวอย่าง
  • ข้อมูลทั้งหมดผมเก็บไว้ศึกษาหรือนานก็เอามาอ่านกันลืมเป็นข้อมูลที่ได้ศึกษาจากบอร์ดต่างๆหลายบอร์ดและยังมีอีกเยอะที่เก็บไว้ในเครื่องของผมแต่พอดีเอาไปลงโปรแกรมใหม่อยู่เลยไปดึงของเก่าๆมาแค่นี้ก่อนคิดว่าก็เยอะพอที่จะเข้าใจในสายพันธุ์ของมันและนิสัยต่างๆรวมถึงการดูแลมันให้ถูกวิธีด้วย ลองหาดูเว็ปบอร์ดอื่นๆดูมังครับมีอีกเยอะ ของคุณน่าจะเป็นสายกัดลองลงรูปให้ดูหน่อยครับ คนที่เลี้องพิทฯส่วนใหญ่เจอปัญหาแบบคุณเกือบทุกคนแหละครับถ้าไม่รู้จักลักษณะนิสัยของมันถือเป็นเรื่องธรรมดาจำ บัญญัติ 10 ประการสำหรับเจ้าของพิทบูล ไว้ให้ขึ้นใจแล้วทำให้ได้รับรองไม่มีปัญหา ของผมก็สายกัดครับพลังขับสุดยอด
  • ใครก็ได้ อ่านแล้ว ย่อไห้ผม หรือ เล่าไห้ฟังหน่อย
    เห็นข้อความ ท้อแท้ในการอ่าน
    ...........ขอบคุณล่วงหน้า
  • ข้อมูลที่คุณ Baba ยังไม่ได้ลงผมได้ส่งให้ทางเมลล์แล้วนะครับ
    เนื้อหาส่วนมากจะเกี่ยวกับอุปนิสัยของพิทบูล และนี้ครับหมาผม
    ว่าจะปั้นให้เป็น Super Dog ก็ไม่มีเวลาเลย ตอนนี้ก็เลยเป็นได้แค่
    หมูหัวหมา :024:
    ไฟล์แนบ
    139.jpg 20K
  • ^
    ^
    ^
    ^ว๊ากกั๊กๆๆ

    น่ารั้กมากๆ ฮ่าๆๆๆๆ >.
  • เอารูปลูกชิลตอนเป็นเด็กน้อยมาให้ดูนะคะ รูปปัจจุบันยังไม่ถ่ายเลย สงสารลูกเพราะยังไม่หล่อ หน้ายับเชียว *.*
    ไฟล์แนบ
    DSC00068.jpg 93K
  • ตอนนั้นยังเพิ่งมาอยู่กับเราใหม่ๆเลยค่ะ น่ารักมาก หูยังไม่ตั้งเลย ปัจจุบันหูตั้งเทห์เลยนะคะ
    ไฟล์แนบ
    DSC04847 copy.jpg 49K
    DSC00062 copy.jpg 89K
    DSC00005.jpg 63K
    DSC00002 copy.jpg 49K
  • นี่คือรูปลูกชิ๊ล ที่หาได้และอายุใกล้เคียงปัจจุบันที่สุดนะคะ แต่รั้วตอนนี้ได้รับการปรับปรุงแล้วค่ะ เพราะเคยเกิดเหตุลูกๆอีกสองตัวช่วยกันแทะลวดที่ขึงไว้ขาดแล้วออกไปท่องโลกกว้างกัน วันนั้นถึงกับโทลางานเลยเพราะต้องขับรถออกตามหาค่ะ ตอนนี้ให้คนมาทำลูกกรงแล้ว แน่นหนามากค่ะ ^_^
    ไฟล์แนบ
    IMG_9909 copy.jpg 109K
  • เห็นหน้าลูกตัวเองในรูปแล้วเขิลจัง หน้าเรียวเชียว สู้หน้าลูกๆของเพื่อนในนี้ไม่ได้เลย แต่ตัวจริงเค้าก็ไม่ได้เรียวขนาดนี้นะคะ อิอิ
    ไฟล์แนบ
    IMG_9908 copy.jpg 45K
  • เลี้ยงด้วยความรักไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและที่สำคัญอย่าประมาท
    ก็พอแล้วสวยไม่สวยก็ลูกเรา

    ผมก็เคยทำงานโรงแรมเหมือนกันครับ อยู่ F/B Department ครับ
  • ^
    ^
    ^
    ถูกต้องค่ะ สวยไม่สวยก็ลูกเรา อิอิ

    เราทำงานเป็น front / guest service agent นะคะ

    ถ้ามีโอกาสไปพักเมื่อไหร่ได้เจอกัน จะเลือกห้องสวยๆให้เลยนะคะ อิอิ ^^
  • ห้องสวยๆก็จะขายได้ราคาดีด้วยใช้ไหม่ครับ ล้อเล่งงงง ฮิฮิ
    บ้านผมอยู่ที่ อ.ลำลูกกานี่เองครับผมเคยมีเพื่อนรุ่นพี่ทำงาน
    ที่โรงแรมแอร์พอร์ทเหมือนกันซื่อพี่บอย เป็นFront mng.
    หรือเปล่าไม่แน่ใจแต่ทำได้อยู่ไม่นานเท่าไหรก็ย้ายไปทำที่สมุย
    ผมเคยทำงานกับแก่ที่ดุสิตดูไบและพักอยู่อพาร์ทเมนท์เดียวกัน
    คุณพอที่จะรู้จักบ้างไหมครับ
  • นู๋เพิ่งเข้ามาทำได้สิบเอ็ดเดือนเองค่ะ อิอิ

    ตอนนี้อะ FOM ชื่อพี่ริกกี้ค่า พี่บอยนู๋มะรู๊จักอ่า แหะๆ

    ตอนนี้นู๋ขอลาหยุดหนึ่งเดือน และกำลังจะกลับไปทำงานวันอาทิตย์นี้แล้วค่ะ ตื่นเต้นๆ

    ^__^

    วันนี้ว่าจะถ่ายรูปลูกชิลหน้าเยินก็ไม่ได้ถ่ายสักที ออกไปข้างนอกมา กลับมาบ้านค่ำๆ เอาอีกแล้ว ทะเลาะกันกะบูบี้แย่งจะกระโจนเข้ามาหาเจ้านาย แต่ไม่ได้มีอะไรมากนะคะแค่แฮ่ๆใส่ บูบี้ก้อไม่ยอม แต่พอดุชิล ชิลวิ่งหางจุกก้นหนีไปข้างหลังบ้านเลย สงสัยกลัวโดนตีมากๆ >.
  • chotikorngtr@gmail.comยังมีข้อมูลส่งให้ผมมั้งมั้ยครับพี่
  • อยากให้คนก่อนคิดจะเลี้ยงพิทบูลได้อ่านจัง
  • อ้าาาา..!!!! อันนี้ดี หลายๆคนจะได้รู้ว่ามันวุ่นยังไง ถึงของผมจะเลี้ยง 2 ตัวและก็ไม่วุ่นอย่างนี้

    แต่ถ้าผมย้อมเวลาได้ผมก็จะเลี้ยงตัวเดียวเหมือนกันครับ เพราะอะไรหรอ

    -จัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับมัน และที่มันไปข้องเกี่ยว ได้ง่ายกว่า
    -เลี้ยงตัวเดียวพูดง่ายกว่า(สังเกตุจากตัวแรกที่เลี้ยงพูดง่าย ตัวที่เอามาทีหลังมึนมาก)
    -ไปไหนมาไหน เอาไปสะดวกง่าย แม้กระทั่งมอเตอร์ไซค์
    -ค่าใช้จ่ายถูกกว่า นั่นหมายความว่า ผมกันเงินให้พวกมันเดือนละ 3000 ผมก็จะประหยัดได้อีก 1500
    -ไม่รวมไปถึงค่าใช้จ่ายส่วนเกินอื่นๆ ปลอกคอ รัดอก สายจูง วัคซีน แชมพู และขาดไม่ได้ "ค่าความเสียหายอันเกิดมาจากการกระทำของมัน"
    -ความเป็นพิทบลู เกิดจากการสรรสร้างให้มันเกิดมาจากสังเวียนการกัดหมา ทำให้มันมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อมันอยู่ตัวคนเดียว เพราะฉะนั้น ความคิดของมัน ความทรงจำที่มีต่อเรา ความทุ่มเท ความน่ารัก ความรักของมันที่ให้เรา สิ่งเหล่านี้จะมีมากขึ้นถึงมากที่สุดเมื่อเราเลี้ยงตัวเดียว เราจะได้รับจนบางครั้งเราอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้


    อันนี้ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อนะครับ เป็นความรู้สึกที่ผมเลี้ยงพิตตัวแรกจริงๆ ผมเลยตั้งใจไว้ว่าเลี้ยงรุ่นต่อไป เอาตัวเมียที่ถูกใจเราตัวเดียวไปเลยดีกว่า หึหึหึ
    ถามว่าทำไมตัวเมียอ่ะหรอ บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเลี้ยงตัวเมียแล้วมันชอบมากกว่าเลี้ยงตัวผู้ อย่างน้อยมันก็ไม่ชอบมาซอยขาเราล่ะอย่างนึง ฮ่าๆๆๆ
  • ^
    ^
    555 หมาผมยังเล็กอยู่มันยังไม่ซอยขาเรา แต่เจอผู้หญิง พลังทางเพศมันสูงมากชอบซอยเจอหมาตัวเมียก็ ซอย บ้างนิดหน่อย


    ผมว่าจริงครับคนที่ไม่ได้เลี้ยงพิทบูลมาไม่ค่อยเข้าใจหรอก มีแต่คนมองว่ามันโหด ดุ ป่าเถื่อน พลังเยอะ กัดคนตาย
  • อยากเล่าบ้างครับ ลูกสาวของผม(บูลลี่)ตอนเด็กๆน่ารักสุดๆ พออายุได้สัก 6 เดือนมันเล่นแรงจนพวกชิสุ กับปั๊ก ที่รุ่นน้องในมหาลัยนำมาเดินเล่น ตาย!!! เนื่องจากความประมาทคิดว่ามันยังเล็ก และที่สำคัญมันขี้เล่นมากครับ แบบว่าเป็นมิตรกับทุกคน ผมเลยปล่อยให้มันเล่นกัน แล้วผมไปเข้าห้องน้ำในคณะ แต่พอกลับออกมาเห็นชิสุนอนนิ่งๆ ส่วนปั๊กกำลังหนีครับแต่มันก็หนีไม่รอด เจ้าของน้องหมายืนร้องไห้กันใหญ่ ผมวิ่งไล่+ตะโกนยังไงมันก็ไม่สนใจเเล้วครับ.......ขอฝากเป็นอุทาหรณ์ด้วยเเล้วกันนะครับ ว่าควรที่จะให้พิทบลูของเราอยู่ในสายตาของเราตลอดเวลาที่เราปล่อยเค้าให้เป็นอิสระ :012:
  • เรื่องน่าเศร้าครับ
  • อับขึ้นมา อยากให้มือใหม่ได้อ่าน แล้วจะรู้ว่าทำไม ผมถึงไม่อยากให้บรีดพิตบูลออกมาเยอะโดยไม่จำเป็น
  • อ่านแล้ว ต้องขอขอบคุณ เจ้าของกระทู้ ขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกที่มาให้ความรู้ และที่สำคัญที่อยากจะขอบคูณมาก ๆ ก็คือ เวป pitbulzone.com นี่ละค่ะ

    ปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ตัวเราคิดได้ตอนนี้ก็คือ เราเองก็เลี้ยงเจ้าพิตบูล ไว้หลายตัวเช่นกัน เท่านั้นยังไม่พอ ยังเลี้ยงร่วมกับเจ้าบางแก้วอีก 2 ตัว แม้ว่าพวกเค้ายังอยู่ในวัยเด็ก (3 และ 4 เดือน) ก็ตาม ปัญหาเรื่องการกัดกันก็เริ่มมาเรื่อย ๆ เมื่อพวกเค้าได้เข้าใกล้กัน
    และเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะเอาเค้ามาเลี้ยง ก็ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ในการทำกรงเพื่อแยกเค้าเลี้ยง ก็กะว่าพอโตหน่อย อายุซัก 7 - 8 เดือนค่อยแยกก็ได้ พอเลี้ยงเข้าจริง ๆ ต้องแยกกันตลอดเลย ไม้งั้นกัดกันตลอด ไม่มีใครยอมใคร กัดกันแต่ละทีกว่าจะแยกออกแต่ละครั้งยากมาก เจ้าพิตบู กัดแล้วไม่ยอมปล่อยเลยค่ะ

    ในความรู้ที่มีอยู่เดิม ตัวเราเองยังเข้าใจว่า เจ้าเรดเรดโนส ที่เราเลี้ยง และที่นิยามกันว่าเป็นสายโชว์นั้น จะซอฟกว่าเจ้าบูลลี่ ที่นิยามกันว่าสายกัดซะอีก พอมาได้อ่านกระทู้นี้....เพิ่งจะถึงบางอ้อ ว่าเจ้าเรดเรดโนส มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

    ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า รักเจ้าสุนัขสายพันธ์นี้ ก็พยามยามหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเค้าให้มากที่สุดค่ะ ก็มาเจอเวปนี้ล่ะค่ะที่มีเพื่อนๆ สมาชิกคอยมาเพิ่มเติมความรู้ให้เรื่อย ๆ ขอบคุณมาก ๆ นะค่ะ

    สุดท้ายก็ขอรบกวนเรื่องข้อมูล เรด เรดโนส ด้วยนะค่ะ jang9782@hotmail.com หรือถ้าออน msn คุยกันก็ได้นะค่ะ
  • น่าจะเอาข้อความทั้งหมดนี้มาปริ้นให้ทุกคอกที่ขายหมาเอาให้ลูกค้าที่จะซื้อหมาอ่านและทำความเข้าใจก่อนเป็นเจ้าของพิตบลู
    ปัญหาเหล่านี้จะใด้ลดน้อยลง คนอื่นจะใด้มองสุนัขพันธุ์พิเศษเหล่านี้ในแง่ดีบ้าง
    เลี้ยงแบบไม่เข้าใจก็ยิ่งทำร้ายให้พิตบลูตกเป็นจำเลยสังคมมากขึ้น ช่วยๆกันนะครับเพื่อสังคมพิตบลู และหมาที่เรารัก
    และมันก็รักเรา ผมมั่นใจอย่างนั้นจริงๆครับ
  • :018:

    สวัสดีค่ะเพื่อนๆสมาชิกทุกท่าน

    พอดีว่าได้มีโอกาสทำความรู้จักกับพี่สมาชิกที่น่ารักคนหนึ่ง จากเว็บนี้ไม่นานมานี้เอง ทำให้ได้รู้ว่ากระทู้ที่ตัวเองตั้งมีประโยชน์ต่อผู้อื่น และได้กลับเข้ามาอ่านอีกรอบหลังจากที่เคยหันหลังและคิดว่าจะไม่เข้ามาในเว็บนี้อีกแล้ว ด้วยเหตุผลบางประการ แต่ตอนนี้เมื่อวันเวลาผ่านไปมันก็ทำให้นู๋รู้สึกเข้าใจและยอมรับกับบางสิ่งบางอย่างนั้น และก็อยากกลับเข้ามาหาเวลานั่งอ่านกระทู้เกี่ยวกับเจ้าพิทบูลจอมกวนอีกครั้ง :019:

    ต้องบอกเลยว่าดีใจนะคะ ที่กระทู้นี้เป็นประโยชน์ต่อผู้นิยมชมชอบพิทบูลคนอื่นๆแม้ไม่มากก็น้อย :018:

    ตอนนี้เจ้าชิลชิลจอมกวนของนู๋สบายดีนะคะ (เมื่อเช้าเขกหัวมันไปทีหนึ่งโทษฐานที่ทำจิตรกรรมฝาผนังซุ้มล้อหน้ารถของนู๋โดยมิได้รับอนุญาต หึหึ จากที่ก็ลายไปทั้งคันแล้ว แต่ก็ยังทำใจไม่ค่อยได้หรอกนะคะ หึหึ) นี่ถ้าไม่รักนี่ จะไล่ให้ไปเก็บกระเป๋าแล้วเนรเทศไปเล้ยยยยยยยยยยยย >__< :012:

    เพื่อนๆของชิลชิลทุกตัวในบ้านก็ยังสบายดีนะคะ คือ หลังจากที่เกิดเรื่องราวล่าสุดที่เคยมาโพสครั้งสุดท้ายประกาศหาเจ้าของใหม่ให้ชิลชิล มีหลายๆอย่างเปลี่ยนไปพอสมควร เราค่อนข้างจริงจังกับการจัดระเบียบอะไรหลายๆอย่างภายในบ้านค่ะ จนวันนี้ ทุกอย่างดูลงตัวดีค่ะ

    แม้จะมีงอแงกันบ้างแต่ก็สุขๆทุกข์ๆกันไป รายละเอียดมันเยอะ :025:

    ล่าสุด ชิลชิลฟัดฟลุคกี้อีกรอบไม่นานมานี้เอง เนื่องจากว่า ขณะที่เป็นเวลาหรรษาของฟลุคกี้ โดยปรกติคือเราจะมีเวลาให้แต่ละตัวในการวิ่งเล่น จะต้องเป็นไปตามคิว พอถึงคิวฟลุคกี้ เราก็ล่ามชิลชิลไว้ตามปรกติ ชิลชิลก็อยู่ของเขาแหละค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ฟลุคกี้นี่สิเกิดอารมณ์ร็อคแอนด์โรล ธาตุไฟเข้าแทรกอยากผนึกลมปราณและแสดงวิทยายุทธ อะไรไม่ทราบพุ่งนี้ไปตบกบาลชิลชิล (อันนี้เล่าเว่อร์ๆไปงั้นแหละค่ะ) จริงๆคือก็พุ่งเข้าหาแหละค่ะ แต่พุ่งหาแบบอยากเล่นด้วยอารมณ์ประมาณว่าคิดถึง ไม่ได้จู๋จี๋กันนานแล้ว เห็นหน้ากันทุกวันแต่ไม่ได้สัมผัสกันนานแล้วคิดถึงรสสัมผัสของชิลชิล เลยพุ่งเข้าหาชิลชิลที่โดนล่ามอยู่อย่างเรียบร้อยแบบไม่มีใครคาดคิด (ใครจะไปคิดว่าฟลุคกี้หมาเอ๋อขี้ลืม ลืมตลอดว่าเจ็บตัวเพราะอะไรขาเดี้ยงเพราะอะไร) ว่าฟลุคกี้จะเข้าไปเล่นกับชิลชิล ชิลชิลเลยสนอง งับขาแหกอีกรอบ ก็เข้าจับแยกกันอุตลุดเช่นเคย เป็นที่น่าปวดหัวและสังเวชใจแก่เพื่อนบ้านยิ่งนัก เขาก็ชินกันแล้วแหละค่ะจะว่าไป เหอๆ แต่รอบนี้เราเข้าชาร์ตกันไวค่ะ ประกอบกับก็ยืนอยู่ใกล้บริเวณคือเวลาปล่อยหมาวิ่งจะคอยอยู่ใกล้ๆคอยดูแลทำอะไรไปด้วย ก็เลยเจ็บตัวน้อยแต่ก็เลือดตกยางออกกันพอควรนะคะ :022:

    เหตุการณ์ครั้งนี้ ชิลชิลเลยได้แอสเซสซอรี่ของตัวเองชิ้นใหม่นั่นคีอปลอกรัดปากค่ะ สมน้ำหน้า อิอิ :032:

    ตอนนี้ ทุกครั้งที่เราจะล่ามชิลชิลเพื่อให้ตัวอื่นใช้เวลาของเขาในแต่ละรอบ ชิลชิลก็จะต้องใส่ปลอกปากค่ะ แม้ชิลชิลจะเป็นฝ่ายเข้าหาใครไม่ได้ แต่ตัวแสบตัวอื่นนี่สิเคยจำที่ไหน เห้อ :012:

    สุขๆทุกข์ๆ เคล้ากันไปนะคะ :019:

    แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ......อยู่กันทั้งหมดนี่ จนตายกันไปข้างแหละค่ะ :018:

    แหม...แต่ขึ้นไปอ่านกระทู้ตัวเองแล้วเขินจังนะคะ ไม่รูพิมพ์ไปได้ไง อิอิ :030:

    ยังไงก็ขอบคุณทุกความเห็นนะคะ รักเจ้าตัวแสบของพวกเราให้มากๆนะคะ เพราะเราคือดวงใจของพวกมันค่ะ

    :033::018::062: